เรือของหลินเฟิงถูกนำไปจอดตรงท่าไม้เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ใช้เชือกผูกกับหลักไม้เอาไว้ ชายฉกรรจ์สองคนรีบยกสะพานไม้เข้ามาพาดบนเรือ
ชาวต้าจงทั้งสองเห็นหลินเฟิงแต่งกายเป็นนักรบโจรสลัด จึงเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ
เย่ไห่ซานไม่ได้ลงจากเรือ เขาเข้าไปยังห้องโดยสารกลางเรือไม้ ซึ่งมีหลังคาคลุม ก่อนหลับตาพักผ่อน
หรงหรงเห็นว่าอาจารย์ไม่ได้ขึ้นฝั่ง จึงทำได้เพียงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าท่าไม้ โบกมือให้หลินเฟิงเป็นสัญญาณว่าไปเองได้เลย
หลินเฟิงจึงหันหลังเดินออกจากท่าเรือไปตามลำพัง
เมืองฟู่อันเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ลั่วเฉิงมากที่สุด ในอดีตสมัยที่ยังอยู่ในเขตแดนต้าจง ที่นี่นับเป็นเมืองใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง
เหตุผลที่หลินเฟิงอยากเข้าเมืองไปดู ก็เพราะกำลังครุ่นคิดว่าเวินจ้าวหรงต้องการพาคนมาขโมยเสบียงจากเมืองฟู่อัน แม้ก่อนหน้านี้จะหารือถึงความเป็นไปได้กันแล้ว แต่การลงมือครั้งนี้ยากเย็นยิ่งสำหรับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ฉวยโอกาสก่อเรื่องให้พวกเขาสักหน่อย ทำให้ในเมืองวุ่นวายเสียก่อน ทหารกองพันที่สิบสามจะได้มีโอกาสเข้ามาชิงเสบียง
ชายฉกรรจ์สองคนที่ช่วยพาดสะพานไม้ให้เห็นหลินเฟิงสวมใส่เสื้อผ้าไม่ธรรมดา จึงก้มตัวนำทางอยู่เบื้องหน้า เอ่ยถามเสียงเบาอย่างนอบน้อม
พวกเขาพูดภาษาของโจรสลัด หลินเฟิงฟังไม่ค่อยเข้าใจ จึงทำเป็นวางท่าหยิ่งผยอง ไม่สนใจคนทั้งคู่
จากท่าเรือนอกเมืองไปถึงประตูเมืองมีระยะทางเพียงสามลี้เศษ หลินเฟิงเดินมาถึงช่องประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
หน้าประตูเมืองมีทหารเฝ้าเมือง ผู้ใดเข้าเมืองต้องจ่ายเงินห้าอีแปะ
