เสียงสายธนูดีดดังขึ้น พร้อมกับลูกศรหน้าไม้ขนาดใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ข้ามระยะหลายร้อยก้าว ก่อนปักลงกลางกองทัพผ้าโพกหัวดำที่กำลังบุกเข้ามา
แรงปะทะมหาศาลทำให้เกราะและโล่หมดประโยชน์
ลูกศรหน้าไม้ที่พรั่งพรูดุจม่านดำ สร้างความสูญเสียให้เหล่าทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำที่บุกเข้ามาอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
อสนีบาตมีอานุภาพข่มขวัญมากกว่าฆ่าฟัน ส่วนหน้าไม้เหยียบมีอานุภาพสังหารสูงกว่าอสนีบาตอยู่หลายเท่า
เพราะมีจำนวนมากเกินไป ลูกศรหน้าไม้จึงพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้าเป็นสาย
กองโจมตีระยะไกลของหลินเฉี่ยวเม่ยขยายกำลังจนมีหนึ่งหมื่นนาย พลธนูเริ่มลงมือยิงตามระยะการบุกของข้าศึก
เมื่อระยะห่างใกล้เข้ามา ลูกธนูขนปีกจำนวนมากก็พุ่งขึ้นจากกองทัพผ้าโพกหัวดำ บินตัดสลับกับลูกธนูขนปีกของกองทัพเจิ้นซีอยู่กลางอากาศ
กองทัพเจิ้นซียกโล่ขึ้นทันที รับการโจมตีที่โหมกระหน่ำราวห่าฝน
เมื่อระลอกแล้วระลอกเล่าผ่านพ้นไป กองทัพเจิ้นซีก็เปลี่ยนมาใช้หน้าไม้ของทหาร
หน้าไม้ชนิดนี้มีอานุภาพร้ายแรงในระยะใกล้ ทั้งยังยิงได้ถี่กระชั้น ยิ่งทำให้เหล่าทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำทุกข์ทรมานแสนสาหัส
ทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำล้มกลิ้งลงในทุ่งนาเป็นกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ขณะที่ทหารกองทัพเจิ้นซีฝั่งตรงข้ามยังคงยืนมั่นอยู่กับที่ มองดูเหล่าทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำที่ขดตัวดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดบนพื้นอย่างเงียบงัน
นี่คือการต่อสู้ที่ไม่อาจเทียบเคียงกันได้
จำนวนคนไม่เท่ากัน อาวุธไม่เท่ากัน แม้แต่ยุทธวิธีก็ยังแตกต่างกัน
กองทัพผ้าโพกหัวดำอาศัยจำนวนคนที่เหนือกว่า ใช้ยุทธวิธีคลื่นมนุษย์เข้าจู่โจม
น่าเสียดาย พวกเขาคาดไม่ถึงว่าอาวุธล้ำสมัยของกองทัพเจิ้นซีจะชวนให้ผู้คนหวาดหวั่นเพียงใด
