หลินเฟิงเหลือบมองมือที่หลี่ซินเหยียนจับด้ามดาบไว้ นิ้วมือขาวผ่องเรียวงาม
ยิ่งมั่นใจว่าเด็กสาวผู้นี้เป็นบุตรสาวของตระกูลขุนนาง คงเพราะซุกซนจึงมาที่นี่เพื่อเล่นสนุกระหว่างเข้าเวร
เขาพยักหน้า “ข้ามาที่นี่เพื่อต้อนรับคณะทูตเมืองหยินโจวของพวกเจ้า ให้ข้าเข้าไปดื่มสักจอกได้หรือไม่?”
ดวงตากลมโตดำขลับของหลี่ซินเหยียนกลอกไปมา
“โปรดแจ้งชื่อ ข้าต้องเข้าไปรายงานก่อน”
“หลินเฟิง”
สองคำนี้ทำให้หลี่ซินเหยียนมึนงงไปชั่วขณะ
ครู่หนึ่ง นางถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วมองหลินเฟิงตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกสองครั้ง
“หลินเฟิง? ท่านคือหลินเฟิงจริงหรือ?”
หลินเฟิงยิ้ม “หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผู้ใด?”
“จื่อเจวี๋ยแห่งชิงสุ่ย?”
หลินเฟิงพยักหน้า
“ข้า...ข้าคือ...หลี่...”
จางหู่เห็นว่านางกำลังจะเผยตัว จึงรีบตวาดขึ้น
“ยังไม่เข้าไปรายงานใต้เท้าทั้งหลายอีกหรือ ท่านแม่ทัพหลินมาถึงแล้ว!”
หลี่ซินเหยียนเสียขวัญจนทำอะไรไม่ถูก สมองว่างเปล่า สีหน้าสับสน
“หลิน...เฟิง ข้ารู้...ว่าท่านมาแล้ว...”
หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เหตุใดคณะทูตซีเซี่ยจึงให้เด็กสาวเช่นนี้มายืนเฝ้าอยู่ตรงนี้?
“ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”
จางหู่รีบตอบ “ท่านแม่ทัพหลิน เชิญด้านใน นางเพิ่งเข้ากองทัพ ยังไม่รู้ธรรมเนียม ขอท่านแม่ทัพหลินโปรดอภัย”
“ดี พวกเจ้าทำหน้าที่ต่อไปเถิด”
หลินเฟิงเอ่ยเรียบๆ ก่อนยิ้มแล้วพยักหน้าให้หลี่ซินเหยียน จากนั้นก็หันหลังเดินข้ามธรณีประตูเข้าไป
ต่อให้เป็นผู้ใด เมื่อพบเด็กสาวน่ารักเช่นนี้ก็ยากจะทำหน้าบึ้งใส่
หลี่ซินเหยียนยังคงมองตามแผ่นหลังของหลินเฟิงอย่างเหม่อลอย กระทั่งเขาลับหายไปตรงประตูเรือน
จางหู่ก้าวเข้ามา ใช้มือจับแขนนางแล้วเขย่าเบาๆ
“โธ่ คุณหนูของข้า นี่คิดจะก่อเรื่องอันใดกัน?”
ดวงตาของหลี่ซินเหยียนยังคงจับจ้องไปยังทิศทางที่หลินเฟิงหายลับไป
