แม้เขากับอาจารย์จะมองออกแล้วว่าหลินเฟิงมิใช่นักสู้ธรรมดา แต่ดาบทั้งสองครั้งนี้ก็ยังเกินความคาดหมายของทั้งคู่ไปมาก
แน่นอนว่าหลินเฟิงมิได้จงใจอวดวิชาดาบของตน
แท้จริงแล้วแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่า หลังจากระหกระเหินและต่อสู้มาในช่วงหลายวันนี้ ความสามารถของเขาจะเพิ่มพูนขึ้นถึงเพียงนี้
อีกอย่าง เขาไม่ได้ใช้ดาบมานานแล้ว
ที่ผ่านมาใช้แต่กระบี่หัก อาศัยจิตสำนึกควบคุมกระบี่หักให้โจมตี
ใครจะคิดว่าวิชาดาบผ่าลมจะพัฒนาล้ำหน้าไปถึงเพียงนี้ แม้ตัวเขาจะก้าวหน้าไปมาก แต่วิชาดาบนี้ก็ยังพัฒนาตามฝีเท้าของเขาได้ทัน
ดูท่าในชาติก่อน เขาคงยังมิได้ใช้วิชาดาบผ่าลมจนถึงขีดสุด ทั้งยังไม่มีความสามารถพอจะค้นหาศักยภาพสูงสุดของวิชาดาบผ่าลม
ความสามารถในยามนี้เหนือกว่าชาติก่อนของเขาไปมากแล้ว
หลินเฟิงตื่นเต้นยิ่งนัก รู้สึกยินดีที่ตนสามารถก้าวหน้าไปได้อีกขั้น เดิมทีเขาคิดว่าฝีมือในชาติก่อนของตนเป็นขีดสูงสุดที่มนุษย์จะไปถึงได้แล้ว
ใครจะคาดคิดว่า ณ ที่แห่งนี้ เขาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปได้
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือ การปรากฏขึ้นของกระบี่หักได้ทำลายขอบเขตหลายอย่างของเขา ทำให้รู้สึกคล้ายไม่ใช่เรื่องจริง
หลินเฟิงยืนเหม่ออยู่บนดาดฟ้าเรือ พอดีกับโจรสลัดคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้เสากระโดง ทั้งสองคนต่างเหม่อลอยไม่ต่างกัน
แต่เพียงไม่กี่ลมหายใจ โจรสลัดที่กำลังเหม่อลอยก็ส่งเสียงร้องโหยหวน พลันหันหลังวิ่งไปทางท้ายเรือ พลางตะโกนเสียงดังไปด้วย
โจรสลัดวิ่งเร็วแล้ว ทว่าหรงหรงยังเร็วกว่า ก่อนหลินเฟิงจะทันตั้งตัว เขาก็พุ่งออกไปแล้ว ไล่ตามโจรสลัดจากด้านหลังทัน ก่อนฟาดฝ่ามือใส่จนอีกฝ่ายล้มคว่ำลงบนดาดฟ้าเรือและหมดสติไป
