เขามองเรื่องนี้ด้วยสายตาของคนทั่วไป จึงไม่เห็นว่ามีปัญหาอันใด ไม่ว่าจะเป็นต้าจงหรือเผ่าต้าเหอ เว้นแต่จะเป็นญาติใกล้ชิดของผู้มีอำนาจ สตรีอื่น ๆ ก็เป็นเพียงของเล่นของเหล่าผู้มีอำนาจ จะหยิบยกไปมอบเป็นของกำนัลเมื่อใดก็ได้
ดังนั้น ซาโนะ เฮียวเอะจึงมิได้ขัดขวางโทโยโทมิ เท็งโคอย่างสุดกำลัง
โทโยโทมิ เท็งโคเดินมาหยุดตรงหน้าเผยชีอิน แล้วค้อมกายคารวะ
“แม่นางผู้นี้ ไม่ทราบว่ามีนามว่าอย่างไร?”
เขาพูดภาษาต้าจงได้คล่องแคล่ว ทว่าไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเผยชีอินกับซาโนะ เฮียวเอะแม้แต่คำเดียว จิตใจทั้งดวงกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงฝันอันแสนหวานของตน
เผยชีอินกล่าวเสียงเย็นชา “ท่านทูตพิเศษ โปรดสำรวมกิริยา ถอยไป”
ความเย็นชาบนใบหน้าของเผยชีอินกลับยิ่งทำให้โทโยโทมิ เท็งโครู้สึกว่านางมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
เขาถอยหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“แม่นางอย่าตกใจ ข้าเพียงได้พบเจ้าแวบแรก ก็ถึงกับตะลึงราวได้พบเทพธิดา แม่นางคงเป็นนางฟ้าจุติลงมาจากสวรรค์กระมัง ในโลกมนุษย์จะมีสตรีงดงามถึงเพียงนี้ได้อย่างไร...”
หลินเฟิงนั่งอยู่บนขั้นบันได แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หากเป็นชาติก่อนของเขา การเกี้ยวพาสตรีเช่นนี้คงเป็นลูกไม้ดาษดื่น แต่ได้ผลไม่น้อย
ทว่าในยุคนี้ การพูดจาล่วงเกินสตรีอย่างบุ่มบ่าม ย่อมเป็นการหยอกเย้าสตรีอย่างอันธพาล
ใบหน้าของเผยชีอินแดงก่ำ นางจ้องเขาเขม็งด้วยความโกรธ
“หากเจ้ายังกล้าล่วงเกินอีก ข้าจะตัดลิ้นเจ้าเสีย!”
ความเดือดดาลของนางกลับยิ่งกระตุ้นประสาทของโทโยโทมิ เท็งโค ในโลกของเขายังมีสตรีที่กล้าถลึงตาใส่และแสดงความโกรธต่อเขาด้วยหรือ ช่างเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนัก
