ทหารคนเถื่อนต่างสู้สุดชีวิต พวกเขาชูโล่ในมือแล้วก้มหน้าพุ่งไปข้างหน้า
ทหารที่บุกมาถึงค่ายรั้วไม้ใช้ดาบยาวฟันช่องว่างระหว่างท่อนซุง หวังจะฟันค่ายรั้วไม้ให้เปิดเป็นช่อง
ทหารทุกคนรู้ดีว่าเมื่อตั้งค่ายกลางแจ้ง โดยทั่วไปจะใช้เชือกผูกยึดท่อนซุงที่ทำเป็นค่ายรั้วไม้เข้าด้วยกัน แล้วฝังปลายด้านล่างลงดินส่วนหนึ่ง
หากใช้ดาบฟันเชือกที่ยึดค่ายรั้วไม้ไว้ ก็จะใช้ม้าศึกพุ่งชนเปิดค่ายรั้วไม้ได้ง่ายขึ้น
น่าเสียดายที่ทหารคนเถื่อนไม่รู้ว่า ค่ายรั้วไม้ของกองทัพชิงสุ่ยใช้ตะปูเหล็กยึดท่อนซุงเข้าด้วยกัน
นี่เป็นตะปูเหล็กขนาดใหญ่ที่หลินเฟิงออกแบบขึ้นเพื่อใช้สร้างค่ายโดยเฉพาะ
ดาบยาวฟันลงไปจนแขนของคนเถื่อนชาหนึบ
ในใจพวกเขาอดสงสัยไม่ได้ นี่มันสร้างค่ายด้วยรั้วเหล็กหรือไร?
กองทัพต้าจงฟุ่มเฟือยถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
สถานการณ์เร่งด่วน บนศีรษะยังมีลูกธนูขนปีกพุ่งว่อน ทหารคนเถื่อนจึงได้แต่ฟันและกระแทกค่ายรั้วไม้อย่างบ้าคลั่ง
ฉู่เจียวกับเซี่ยจ้งยังไม่ได้ยินคำสั่งให้โจมตี จึงได้แต่อยู่ในค่าย สั่งให้ทหารยิงธนูออกไปอย่างต่อเนื่อง
หลินเฟิงสั่งให้หูจิ้นไฉ่กับหลี่ตงไหลนำกำลังค่อย ๆ เข้าใกล้ค่ายใหญ่ด้านนอกเมือง
ฝนตกหนักเกินไป หากอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยก็แทบมองอะไรไม่เห็น จึงเกรงว่าจะติดกับดักของคนเถื่อน
ดังนั้นกองทหารม้าจึงไม่อาจรุดหน้าเร็วเกินไป
สภาพอากาศเลวร้ายไม่ได้สร้างความลำบากให้กองทัพชิงสุ่ยฝ่ายเดียว กองทหารม้าของคนเถื่อนก็สับสนงุนงงไม่ต่างกัน
ม่านฝนขาวโพลนปกคลุมทั่วบริเวณ นอกจากกองทหารม้าที่มุ่งโจมตีค่ายข้าศึกแล้ว กองกำลังคนเถื่อนที่มีหน้าที่ล้อมตีเพื่อสกัดกำลังเสริม
