ซุนเซวียนขมวดคิ้วกล่าวว่า “ท่านอ๋อง นครหลวงต้าเหอเป็นป้อมปราการด่านสุดท้ายของพวกเขา ย่อมต้องตอบโต้อย่างสุดกำลัง ไม่ว่าจะใช้วิธีใดตีเมือง ความสูญเสียย่อมไม่น้อยแน่”
หลินเฟิงยิ้มกล่าวว่า “อืม ดูท่าเจ้าจะได้ใช้สมองคิดแล้ว ทว่ายังไม่พอ ข้าต้องการยึดเมืองสูงใหญ่แห่งนี้ด้วยความสูญเสียให้น้อยที่สุด”
ซุนเซวียนนิ่งเงียบ เขาครุ่นคิดถึงวิธีต่าง ๆ ในการตีเมือง ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังนึกไม่ออกแม้แต่วิธีเดียว
หลินเฟิงเข้ามาในห้องบัญชาการที่ซุนเซวียนจัดเตรียมไว้ให้ แล้วเริ่มวาดภาพ หลังจากสังเกตอย่างละเอียด เขาก็อาศัยแผนผังทั้งหมดที่กองทหารม้าสอดแนมจัดทำไว้ ค่อย ๆ วาดโครงร่างของนครหลวงต้าเหอออกมา
ทั้งป้อมค่ายบนกำแพงเมืองและสิ่งปลูกสร้างป้องกันนานาชนิดเบื้องหน้าเมือง
เมื่อต้องเผชิญเมืองใหญ่ถึงเพียงนี้ กองกำลังของกองทัพเจิ้นซีที่มีทหารกว่าสองพันนาย ย่อมให้ความรู้สึกราวกับน้ำถ้วยเดียวไม่อาจดับไฟได้
หลินเฟิงมองภาพบนโต๊ะ ขบคิดอยู่นาน ทว่ายังคงคิดวิธีดี ๆ ไม่ออก
นครหลวงต้าเหอมีพื้นที่กว้างใหญ่เกินไป ขณะที่กองกำลังของเขามีจำนวนน้อยเกินกว่าจะปิดล้อมประตูเมืองทั้งสี่ด้าน เปิดโอกาสให้โจรสลัดเข้าออกได้
จึงไม่อาจใช้วิธีปิดล้อม บีบให้พวกมันยอมจำนนได้
บัดนี้ต้าจงเพิ่งถูกกองทัพเจิ้นซีรวบรวมเป็นหนึ่งเดียว ยังไม่อาจระดมกำลังเพิ่มเติมมาร่วมศึกที่ต้าเหอได้อีก
เมืองใหญ่ถึงเพียงนี้ หากมีคนน้อยก็ไม่ค่อยได้ผล หากมีคนมากก็จะกระทบต่อความสงบภายในต้าจง
ยิ่งไปกว่านั้น เรือเดินสมุทรก็มีไม่มาก การเดินเรือไปกลับเพื่อระดมกำลังพลจำนวนมากย่อมกินเวลานาน ทั้งการเดินทางกลางทะเลยังมีความเสี่ยงสูง
