หลินเฟิงโบกมือห้าม “พอเถอะ พวกเจ้าเป็นคนจัดให้ข้าไปพบ อีกทั้งยังบีบให้ข้าต้องไปให้ได้ ทั้งไม่บอกฐานะของนางให้ชัดเจน บัดนี้กลับมาแสร้งทำเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?”
หานฉีชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากะพริบปริบ ๆ มองหลินเฟิง
เรื่องมันไม่เป็นไปตามบทนี่นา คำพูดควรจะเป็นเช่นนี้เสียที่ไหน
ตามขั้นตอนปกติ เวลานี้หลินเฟิงควรละอายและอับอาย ถูกจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ ต่อให้ไม่ถึงกับหมดที่ยืน ก็สมควรลดท่าทีลงและก้มหน้าขอโทษมิใช่หรือ?
เมื่อหานฉีได้สติจากอาการตกตะลึง ก็พบว่าหลินเฟิงเดินฉับ ๆ ไปถึงบันไดแล้ว ร่างท่อนล่างลงไปเกือบครึ่งขั้น
เขายกมือขึ้นหมายจะพูดบางอย่าง ทว่ากลับไม่รู้ว่าควรกล่าวเช่นไร
ได้แต่มองหลินเฟิงเดินลงบันไดอย่างสงบนิ่ง
เผยชีอินเดินตามหลังหลินเฟิงติด ๆ ทั้งสองลงไปถึงชั้นล่าง ก่อนก้าวออกจากประตูหอเหวินจวิ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นองครักษ์ติดตามของตนยืนอยู่ด้านนอก และหงเซียวปรากฏตัวอยู่รอบนอกเหล่าองครักษ์ ทั้งสองก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
ยังได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจอย่างแรงของเหล่าองครักษ์ดังเข้าหู
เป็นความรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก
หลินเฟิงโบกมือ ส่งสัญญาณให้ทุกคนตามไป
หงเซียวขยับเข้ามาใกล้ รายงานเสียงเบา
“ท่านถ่งหลิ่ง พวกเขาไม่กล้าลงมือ ดังนั้น...”
หลินเฟิงพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจ ในเมื่อมือสังหารไม่ขยับ หงเซียวก็ย่อมไม่จำเป็นต้องลงมือหรือทำสิ่งอื่น เพียงจับตาดูคนเหล่านี้ไว้ก็พอ
เผยชีอินขึ้นม้าแล้วควบเคียงข้างหลินเฟิง จึงเอ่ยถามเสียงเบา
“แม่ทัพ สตรีผู้นั้นเป็นใคร?”
