หลินเฟิงมิได้ตอบ ลุกขึ้นกวาดตามองรอบด้าน ก่อนหมุนกายกลับ
“ข้ายังมีธุระ เรื่องของอาจารย์ ฝากด้วย”
กล่าวจบ ร่างพลันวูบไหวแล้วหายไปจากห้อง
นักพรตเหลิ่งเฉวียนอ้าปากหมายจะเอ่ย ทว่าไม่คิดว่าหลินเฟิงจะจากไปอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่ตนก็ยังมองไม่ทันว่าอีกฝ่ายจากไปอย่างไร เพียงรู้สึกว่าตาพร่าไปชั่ววูบ คนก็หายไปเสียแล้ว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เหลิ่งเฉวียนถอนหายใจยาว
“เฮ้อ ข้าแก่ชราแล้ว คงต้องไปปิดด่านบำเพ็ญที่หลังเขาเสียที”
หลินเฟิงทะยานลงจากเขา ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ จากเชิงเขาถึงเรือศึก ระยะทางยามราตรีหลายสิบลี้ เขาใช้เวลาเพียงสองเค่อกว่าเท่านั้น
เฉียวจวี้ซานกับเย่เหลียงไฉยังคงรออยู่บนเรืออย่างว่าง่าย ทั้งสองลงมือทำตามคำสั่งได้ดี เมื่อได้รับคำสั่งให้รออยู่ที่นี่ก็ไม่เดินเพ่นพ่าน แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันแล้วก็ตาม
เมื่อเห็นหลินเฟิงกลับมา ทั้งสองต่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขารู้ว่าการไปอารามอวี้เฉวียนของหลินเฟิงอันตรายยิ่ง ทว่าก็รู้เช่นกันว่าตนช่วยอะไรไม่ได้ จึงทำได้เพียงรออยู่ที่นี่อย่างจนใจ
“หาอะไรมากินหน่อย ข้าหิวจนไส้จะขาดแล้ว”
เห็นหลินเฟิงมอมแมมไปทั้งตัว ก็รู้ได้ว่าผ่านศึกหนักมา
เย่เหลียงไฉรีบนำอาหารกับน้ำร้อนมาให้
หลินเฟิงกินอย่างตะกละตะกลาม
เขาเองก็ไม่รู้ว่าผ่านมากี่วันแล้ว รู้เพียงว่าในท้องไม่เหลืออะไรสักอย่าง หิวจนทรมาน
แม้ยังฝืนทนได้ แต่มีของกินย่อมสบายกว่ามาก
เมื่อกินอิ่มดื่มน้ำแล้ว หลินเฟิงก็มีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม มิได้ใส่ใจสิ่งอื่น เพียงเรียกทั้งสอง แล้วพากันจูงม้าศึกลงจากเรือ
