เนื่องจากปืนใหญ่มีน้ำหนักมาก รถม้าจึงเคลื่อนขบวนได้ช้า แม้กองทัพใหญ่จะเข้าประจำที่แล้ว แต่เสบียงและยุทโธปกรณ์หนักบางส่วนยังอยู่ระหว่างทาง
ระหว่างกลับค่าย หลินเฟิงได้รับรายงานว่าปืนใหญ่ของกองช่างทหารอยู่ห่างจากค่ายไม่ถึง 10 ลี้
หลินเฟิงพยักหน้า พลางคำนวณในใจว่าจะตีเมืองอย่างไร
แม่ทัพผู้รักษาเมืองถู่มั่วเท่อเอ่อร์คือกวงจี๋ชื่อ นักรบเกราะเงินแห่งเผ่าเที่ยเจิน เขามีกำลังทหารรักษาเมือง 8,000 นาย ประจำการอยู่ที่นี่มานานหลายปี
เมื่อได้ยินว่ากองทัพเจิ้นซีของหลินเฟิงมาถึงใต้กำแพงเมือง เขาก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง
เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของหลินเฟิงมาก่อน แม่ทัพชื่อดังหลายคนของเที่ยเจินล้วนถูกตีจนต้องหนีเอาชีวิตรอด อีกทั้งยังถูกจับเป็นเชลยไปหลายคน ทั้งผู้สวมเกราะทองและเกราะเงิน
เมื่อเห็นกองทัพนับหมื่นอยู่ใต้กำแพงเมือง นอกจากส่งคนไปรายงานราชสำนักแล้ว กวงจี๋ชื่อยังเร่งเตรียมเครื่องมือและอาวุธสำหรับป้องกันเมือง
ทหารม้าเที่ยเจินไม่ถนัดการบุกตีเมือง เขาจึงนึกไม่ออกเลยว่ากองทัพเจิ้นซีจะโจมตีเมืองของตนอย่างไร
เมื่อมองลงมาจากกำแพงเมืองสูงตระหง่าน กวงจี๋ชื่อคิดว่าไม่มีผู้ใดจะตีเมืองสูงเช่นนี้แตกได้โดยง่าย
กำแพงสูงชัน ตัวกำแพงแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะปีนป่ายหรือใช้กำลังพุ่งชน ก็ไม่มีทางข้ามกำแพงเข้าเมืองได้
กวงจี๋ชื่อจึงคลายใจลงเล็กน้อย
อาศัยเมืองแห่งนี้ เขาย่อมยื้อกับกองทัพเจิ้นซีได้ถึงครึ่งเดือนหรือยี่สิบวัน ถึงเวลานั้นกองทัพหลวงก็คงมาถึงใต้กำแพงเมืองแล้ว
เขาจะมีเรื่องใดให้กังวลกัน
หรือหลินเฟิงจะเหาะขึ้นมาบนกำแพงเมืองได้หรือไร
เพราะเกรงกลัวชื่อเสียงของหลินเฟิง กวงจี๋ชื่อจึงไม่กล้าลงจากกำแพงเมือง เขาพาทหารองครักษ์ลาดตระเวนอยู่บนกำแพง คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของกองทัพเจิ้นซีเบื้องล่าง
