บางที กลิ่นหอมของอาหารเช่นนี้อาจไม่มีผลต่อผู้ที่กินอิ่มแล้ว แต่สำหรับคนที่หิวโหยมาเนิ่นนาน ย่อมเป็นสิ่งเย้ายวนใจถึงตาย
บนเรือรบที่จอดเทียบท่า มีทหารยกชามข้าวมายืนอยู่ข้างกราบเรือ กินไปพลางมองเข้าไปในเมืองไปพลาง บางครั้งก็พูดคุยหยอกล้อกัน
ภายในเมืองลั่วซี ทหารจำนวนมากที่นั่งยองอยู่บนกำแพงพัง ต่างเฝ้ารอจนแทบอดใจไม่ไหวมานานแล้ว
พวกเขาเบียดเสียดกัน ใบหน้าซูบเหลือง ผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก ทั้งยังเวียนหัวตาพร่า แต่ก็ยังแข็งใจยืดคอมองเรือรบที่ท่าเรืออย่างมีความหวัง วิงวอนให้กองทัพเจิ้นซีหาอะไรมาให้กินสักหน่อย แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี
แม้ยังไม่ได้รับคำสั่ง แต่ทหารบางคนก็ไถลลงจากกำแพงเมือง ออกมานอกเมือง แล้วค่อย ๆ เข้าใกล้ท่าเรือ
ในใจพวกเขาคิดว่า ในเมื่อกองทัพเจิ้นซีช่วยเหลือพวกตนแล้ว จะไม่แบ่งข้าวให้กินได้อย่างไร ยามนี้ทุกคนก็เป็นพวกเดียวกันแล้ว
หากเข้าไปใกล้อีกหน่อย เมื่อกองทัพเจิ้นซีแจกโจ๊ก พวกตนจะได้ต่อแถวเป็นกลุ่มแรก
ความคิดของทหารเหล่านี้เรียบง่ายนัก ช่วยพวกเราแล้วก็ต้องให้ข้าวเรากิน มิฉะนั้นจะมาช่วยพวกเราด้วยเหตุใด
ใครจะรู้ว่าพวกเขารออยู่นาน กลับไม่เห็นมีคำสั่งใดส่งมา
เมื่อเห็นป้ายผืนใหญ่แขวนอยู่บนเรือรบ ทั้งกลิ่นอาหารที่ลอยมาเตะจมูก ก็ยิ่งทำให้ทั่วร่างรู้สึกทรมาน
ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นเสียงดัง
“เฮ้ ใครอ่านหนังสือออกบ้าง รีบมาดูที บนเรือเขียนว่าอะไร”
ข่าวนี้แพร่ไปทางด้านหลัง ไม่นานก็มีทหารวิ่งเข้ามา เขาหรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง
“มารดามันเถิด อ่านออกหรือไม่”
“รีบพูดสักทีสิ”
ท่ามกลางเสียงเอะอะโกลาหล ทหารผู้นั้นยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ
