จ้าวฮุยดำรงตำแหน่งแม่ทัพเอกเจิ้นจวิน อีกทั้งยังควบตำแหน่งถ่งหลิ่งทหารรักษาพระองค์ รับผิดชอบความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกวังหลวง
จวนที่ตั้งอยู่เบื้องหน้านี้ คือค่ายทหารของทหารรักษาพระองค์แห่งราชวงศ์ต้าจง
จวนแห่งนี้เป็นของขวัญจากตระกูลผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจในนครหลวง มอบให้โดยไม่คิดสิ่งตอบแทน เพื่อแสดงความยินดีและสนับสนุนการจัดตั้งกองทัพรักษาพระองค์ของฝ่าบาท
สายตาของจ้าวฮุยเคลื่อนจากเหล่าทหารที่เข้าแถว ไปยังครูฝึกซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าขบวน
คนผู้นั้นกำลังนำเหล่าทหารฝึกกระบวนทัพและวิชาดาบ
แววพึงพอใจปรากฏขึ้นในดวงตาจ้าวฮุย วิชาดาบของคนผู้นั้นช่ำชองยิ่ง เสียงลมจากคมดาบหวีดหวิว ทุกกระบวนท่าฟาดฟันล้วนแฝงเคล็ดวิชาอันล้ำลึก
คนผู้นั้นมีนามว่าอวี่เหวินป๋อ เป็นขุนพลที่จ้าวฮุยทุ่มเงินจำนวนมากลอบชักชวนมา แต่เดิมดำรงตำแหน่งแม่ทัพองครักษ์ประจำกองทัพเจิ้นซีในนครหลวง
อวี่เหวินป๋อมีฝีมือการต่อสู้สูงส่ง ตระกูลของเขาก็ไม่ธรรมดา เขาเกิดในตระกูลทหารรักษาพระองค์เก่าแก่ของนครหลวง บรรพบุรุษของเขาเคยดำรงตำแหน่งฝู่ถ่งหลิ่งทหารรักษาพระองค์
ภายหลังเขาย้ายไปสังกัดกองทัพเจิ้นซี ด้วยฝีมือการต่อสู้ที่เหนือชั้นและความดีความชอบจากการศึกหลายครั้ง จึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพองครักษ์
บัดนี้จ้าวฮุยลอบชักชวนเขาเข้ามาอยู่ในกองทหารรักษาพระองค์ นับว่าได้สืบทอดวิชาของตระกูล และก้าวขึ้นเป็นครูฝึกใหญ่ของทหารรักษาพระองค์ มียศขุนนางขั้นสาม
อวี่เหวินป๋อนำวินัยทหารและหลักสูตรการฝึกบางส่วนจากกองทัพเจิ้นซีมาใช้กับทหารรักษาพระองค์ ทำให้เขาได้แสดงความสามารถต่อหน้าจ้าวฮุยและเหล่าขุนพลระดับสูงอย่างโดดเด่น
หลักสูตรฝึกเหล่านี้เห็นผลรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มความสามารถในการรบของเหล่าทหารได้อย่างฉับไว เป็นวิธีฝึกที่หลินเฟิงปรับปรุงแก้ไขนับครั้งไม่ถ้วน จนกลายเป็นแบบแผนที่สมบูรณ์และใช้ได้ผลยิ่ง