เขายังไม่ทันประหลาดใจนานนัก เสียงที่สองและเสียงที่สามก็ดังขึ้น...
เสียงปืนใหญ่เริ่มดังสนั่นต่อเนื่อง บนเรือรบลำหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโอตานิ โยชิ จู่ ๆ ก็มีควันดำพวยพุ่ง เศษไม้ที่ถูกแรงระเบิดกระเด็นกระจายไปทั่ว
สายน้ำพุ่งขึ้นสู่ฟ้า คลื่นน้ำซัดกระหน่ำจนตัวเรือโคลงเคลง
โอตานิ โยชิแทบพลัดตกจากเก้าอี้
หัวใจของเขาดิ่งวูบ พลันรู้ว่ากองทัพหลวงต้าเจิ้งส่งกำลังเสริมมาถึงแล้ว
ท้ายที่สุดก็ช้าไปเพียงนิดเดียว มิอาจยึดเมืองลั่วซีก่อนกำลังเสริมมาถึงได้
ผู้เปิดฉากยิงคือเรือรบซวิ่นเฟิงหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองแห่งกองทัพเจิ้นซี พวกเขามาถึงท่าเรือเมืองลั่วซีเป็นกลุ่มแรก เมื่อเห็นว่าเมืองลั่วซีตกอยู่ในภาวะคับขัน ซีเหนียงจึงสั่งให้เปิดปืนใหญ่ ทั้งที่ยังไม่เข้าสู่ระยะยิง
ปืนใหญ่สองสามนัดแรกมีไว้ข่มขวัญ เมื่อเรือรบซวิ่นเฟิงแล่นเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว การระดมยิงระลอกถัดมาจึงพุ่งเป้าไปยังเรือรบของโจรสลัด
ซีเหนียงยืนอยู่บนหอเรือ มองความวุ่นวายภายในเมือง ก่อนกัดฟันสั่ง
“พลปืนใหญ่กราบเรือเตรียมพร้อม ยิงเข้าไปในเมือง”
ก่วนชางฮวาชะงัก “ใต้เท้า ภายในเมืองกำลังรบพัวพันกัน แยกแยะ...”
ซีเหนียงไม่รอให้เขาพูดจบ นางตะโกนสั่งอย่างเด็ดขาด
“ยิงปืนใหญ่!”
ไม่มีทางเลือก ในเมื่อถ่งหลิ่งมีคำสั่ง ใครจะกล้าขัดขืน?
ปืนใหญ่แปดกระบอกทางกราบขวาของเรือรบซวิ่นเฟิงหมายเลขหนึ่งและสองเปิดฉากยิงพร้อมกันทันที
ปืนใหญ่ทั้งแปดพ่นเปลวเพลิงออกมาเป็นสาย ส่งลูกกระสุนพุ่งทะยานเป็นวิถีโค้งกลางอากาศ ก่อนตกลงไปในเมืองลั่วซีโดยตรง
ชั่วพริบตาต่อมา เบื้องหลังกลุ่มทหารที่กำลังสู้รบอย่างดุเดือดในเมือง พลันมีแสงเพลิงระเบิดขึ้นก้อนหนึ่ง เศษหินปลิวว่อน บางก้อนกระแทกเข้ากับร่างทหาร กระดูกหักเอ็นขาดในทันใด
