ชายฉกรรจ์คนแรกกระโดดขึ้นเรือประมงผุพังของใบ้ ยกมือชกใส่ใบ้ที่ยังยืนนิ่งงันอยู่ตรงหน้า
ใครจะรู้ว่าใบ้ไม่ขยับก็แล้วไป พอเห็นอีกฝ่ายลงมือ เขาก็เหวี่ยงไม้พายเรือขึ้นทันที ก่อนหมัดจะถึงใบหน้า ไม้พายก็ฟาดชายฉกรรจ์คนนั้นตกจากเรือไปเสียก่อน
ชายฉกรรจ์คนนั้นไม่ทันระวัง ร่วงลงน้ำตรงช่องว่างระหว่างเรือหลายลำ
ทุกคนร้องตกใจ
“อ้า ยังกล้าตอบโต้อีก!”
“ใบ้ลงมือทำร้ายคนแล้ว...”
“ฆ่ามันเสีย...”
ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพากันกรูขึ้นเรือประมงผุพัง บ้างถือไม้ไผ่ถ่อเรือ บ้างถือไม้พาย บางคนถึงกับชักมีดสั้นออกมาจากอกเสื้อ
เรือประมงเก่าคร่ำคร่าโคลงอย่างรุนแรงอยู่กลางน้ำ ทว่าใบ้กลับยืนมั่นคง มือถือไม้พายหยาบกระด้างฟาดซ้ายทีขวาที ทุกครั้งล้วนโจมตีถูกชายฉกรรจ์คนหนึ่ง
ชายฉกรรจ์ที่ถูกฟาดไม่มีแม้แต่กำลังจะต้านทาน เพียงครั้งเดียวก็ร่วงลงน้ำ
ตูม ตูม ตูม น้ำแตกกระเซ็นเป็นวงกว้าง ชายฉกรรจ์ที่เพิ่งก้าวขึ้นเรือผุพังล้วนถูกใบ้ฟาดตกน้ำไปหมด
พี่ใหญ่อวี๋พลันตะลึงงัน
เขารับใบ้ผู้นี้ไว้ ทั้งยังซักถามที่มาไม่ได้ รู้เพียงว่าทำงานเก่ง จับปลาได้มากกว่าคนอื่น ทั้งไม่เอาค่าแรง ขอเพียงมีข้าวให้กินก็พอ
นับเป็นคนมีความสามารถหาได้ยาก ใครจะคิดว่าเพลงหมัดเพลงเท้าของเขาจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนยังเข้าใกล้ไม่ได้
ใบ้เหวี่ยงไม้พายอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดกล้าขวางทางอีก จึงค่อย ๆ จุ่มไม้พายลงน้ำแล้วพายต่อ
เรือประมงผุพังเบียดเรือสองลำที่ขวางหน้า ก่อนแล่นมุ่งไปข้างหน้า
พี่ใหญ่อวี๋กับชายฉกรรจ์ที่เหลืออีกหลายคนได้แต่มองเขาตาค้าง ไม่กล้าเข้าไปลงมืออีก
