ไม่ต้องกล่าวถึงสามกองพันที่ตีเรือเร็วซึ่งยกพลขึ้นบกกว่าสี่สิบลำจนแตกพ่าย เพียงปืนใหญ่หน้าเมืองระดมยิงอย่างหนัก โจรสลัดก็ทิ้งเรือรบที่ไฟลุกโชนไว้สามลำ ก่อนล่าถอยกลับไปอย่างทุลักทุเล
ทุกคนได้แต่มองเรือรบขนาดมหึมาสามลำของโจรสลัด พ่นควันหนาทึบขณะค่อย ๆ จมลงสู่ก้นทะเลระหว่างล่าถอย
หูจิ้นไฉตะโกนเรียกคนขึ้นมา
“ใครก็ได้ ไปบอกน้องเว่ยเป้าที กองทหารม้าสอดแนมของเขาทำได้ดีนัก ให้จับตาการยกพลขึ้นบกของโจรสลัดให้มากหน่อย หากมีเวลา เหล่าหูจะเลี้ยงสุราเขาสักมื้อ”
เว่ยเป้า ถ่งหลิ่งกองทหารม้าสอดแนม เป็นขุนพลอาวุโสที่เข้าร่วมกองทัพของหลินเฟิงไล่เลี่ยกับหูจิ้นไฉ
ทั้งสองคุ้นเคยกันดี อีกทั้งร่วมเป็นร่วมตายกลางสนามรบ มีไมตรีแน่นแฟ้นดุจพี่น้อง จึงไม่ต้องเกรงใจกันนัก
ในเวลาเดียวกับที่ฉางจื้อโจวเปิดศึกกับโจรสลัด เรือรบขนาดมหึมาสองลำของกองเรือแห่งกองทัพเจิ้นซี ได้แก่ เรือรบลั่วเฉิงและเรือรบฝูอัน พร้อมเรือคุ้มกันลำละสองลำ ก็ออกจากท่าเรือหน้าเมืองฟู่อัน ล่องตามกระแสน้ำลงใต้ ผ่านอำเภอฉีและปากแม่น้ำหย่งติ้งทางเหนือของภูเขาหลงฝู ก่อนเข้าสู่ทะเลกว้าง
นายเรือของเรือรบลั่วเฉิงคือเฉาฉู่หาง ส่วนนายเรือคนใหม่ของเรือรบฝูอันคือก่วนชางฮวา ฝู่ถ่งหลิ่งกองทัพเจิ้นซี
ทั้งสองได้รับคำสั่งจากหลินเฟิงให้ลาดตระเวนตามชายฝั่งของเมืองทั้งสี่ ได้แก่ ฉางจื้อโจว ฝูฉางโจว เมืองฉวีโจว และจี๋รุ่ยโจว เพื่อหาโอกาสทำลายกำลังรบทางทะเลของโจรสลัด
เทคโนโลยีการต่อเรือของเรือรบฝูอันเหมือนกับเรือรบลั่วเฉิง โดยติดตั้งเครื่องจักรไอน้ำสองเครื่องและใบจักรขับเคลื่อนคู่
