ทั้งสามก้าวเข้าไปในห้อง หลินซานวาเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี พอเดินมาถึงหน้าประตูห้องด้านในก็ยืนข้างประตู พลางยิ้มแล้วพยักหน้าให้หลินเฟิง
ความหมายของเขาคือ เชิญท่านเข้าไปเถิด ข้าจะเฝ้าอยู่ตรงนี้
สตรีวัยกลางคนที่เดินตามหลังมาไม่รู้จักหลินเฟิง จึงมองคนทั้งสามอย่างฉงน
หลินซานวารีบแนะนำว่า “นี่คือท่านป้าฉิน คอยดูแลความเป็นอยู่ของท่านปู่เหมา”
พูดจบก็หันไปยิ้มให้ท่านป้าฉิน “คนนี้เป็นสมาชิกใหม่ของกองเรา ข้าพามาเยี่ยมท่านปู่เหมาน่ะ”
ท่านป้าฉินขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด ก่อนหันเข้าไปในห้องด้านใน
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นโบกมือให้เจ้าหน้าตาย รออยู่ข้างนอก ส่วนตนก้าวเข้าไปในห้อง
ภายในห้องสว่างไสว บิดาเฒ่าหลินเหมากำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ มือกำกาน้ำชาไว้
หลินเฟิงพินิจสีหน้าของบิดาอย่างละเอียด เห็นว่าไม่น่ามีเรื่องร้ายแรง จึงค่อยคลายใจ
ท่านป้าฉินเดินเข้าไปใกล้หูหลินเหมา แล้วกระซิบว่า
“นายท่าน มีคนใหม่ของกองซานหวาจื่อมาหาท่านเจ้าค่ะ”
หลินเหมาครางรับคำหนึ่ง ลืมตาขึ้นปรายตามองหลินเฟิง แล้วหลับตาลงอีกครั้ง
“ทหารใหม่หรือ?”
หลินเฟิงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของบิดา รู้สึกว่าท่านชราลงไปอีกมาก
เขาข่มอารมณ์ไว้ ก่อนถามเสียงเบาว่า
“หลินโชวอยู่ที่ใด?”
คำถามนี้ทำให้คนทั้งสองในห้องชะงักไปทันที
พูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร ทหารชั้นผู้น้อยในกองทัพกลับกล้าพูดกับบิดาของเทพสงครามเช่นนี้ ช่างเป็นปัญหาใหญ่เสียแล้ว
แม้หลินเหมาจะเป็นคนอ่อนโยนและมีเมตตาต่อผู้อื่น แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หลักการ
