หูจิ้นไฉรีบเตือนว่า “พี่ใหญ่ การรบในตรอกซอกซอยของพวกโจรสลัดดุดันยิ่งนัก พวกเราควรหลีกเลี่ยงเสีย”
หลินเฟิงส่ายหน้า “พวกเราไม่บุกยึดเมือง ตั้งค่ายอยู่นอกเมืองก็พอ ใช้ทหารม้าสอดแนมรับมือหน่วยลาดตระเวนของพวกโจรสลัด ทั้งฝีมือและยุทโธปกรณ์ของทหารเราเหนือกว่าพวกมันอยู่ขั้นหนึ่ง”
เผยชีอินยิ้ม “แม่ทัพคิดจะขังพวกมันไว้ในเมืองหรือเจ้าคะ”
“ชีอินฉลาดจริง ๆ ข้าอยากเห็นนักว่าพวกมันจะยังออกจากเมืองหรือไม่”
หูจิ้นไฉตบมือฉาด “ฮ่า ๆ คราวนี้พวกโจรสลัดคงเจอเคราะห์หนักแล้ว”
เผยชีอินถามด้วยความกังวล “แม่ทัพ หากรบเช่นนี้ จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายจะเพิ่มขึ้นหรือไม่เจ้าคะ”
หลินเฟิงถอนหายใจ “เป็นไปไม่ได้ที่จะให้หนึ่งคนรับมือหนึ่งคน แต่จะให้หน่วยทหารม้าสอดแนมหนึ่งหน่วยรับมือหน่วยลาดตระเวนของโจรสลัดหนึ่งหน่วย”
“หน่วยหรือเจ้าคะ?”
“ใช่ 5 คนเป็นกลุ่ม 10 คนเป็นกอง 30 คนเป็นหนึ่งกองใหญ่ เราจะครอบคลุมพื้นที่นอกเมืองฝูหนิงทั้งผืนให้อยู่ในขอบเขตการโจมตี”
“ดี เช่นนั้นก็ต้องบีบให้พวกมันออกมาสู้ตัดสินกับพวกเรา”
“ถูกต้อง หากว่ากันด้วยการรบตั้งรับ พวกมันแพ้แน่นอน”
หลินเฟิงเผยรอยยิ้ม
“เหล่าหู ศึกคราวนี้ให้เจ้าบัญชาการทั้งหมด จงขับไล่พวกโจรสลัดออกจากเมืองฝูหนิงให้จงได้”
หูจิ้นไฉประสานมือรับคำ “ขอรับ พี่ใหญ่รอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย”
หลินเฟิงพยักหน้า “ชีอิน แจ้งเหล่าหลัวให้รบเช่นเดียวกัน อย่าเพิ่งเร่งยึดเมืองและขยายพื้นที่ ค่อย ๆ เดินหน้าอย่างมั่นคง”
