นักพรตเจินจั๋วยืนขวางอยู่เบื้องหน้าหลินเฟิงอย่างดื้อรั้น ก่อนชักกระบี่ล้ำค่าบนหลังออกมา
“เช่นนั้นก็อย่าพูดจาไร้สาระ ให้ข้าลองดูหน่อยว่าหลายปีมานี้เจ้าก้าวหน้าไปเพียงใด”
หลินเฟิงยืนอยู่ด้านหลังนักพรตเจินจั๋ว ฟังมานานจนหมดความอดทนแล้ว
เป้าหมายของคิโยตะโนะชัดเจนยิ่งนัก นั่นคือสังหารเขาให้ตาย คืนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเกิดศึกเป็นตาย พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์
ยังไม่ทันที่นักพรตเจินจั๋วจะตั้งท่า หลินเฟิงก็ออกแรงถีบพื้น ร่างทะยานข้ามศีรษะอาจารย์ พลางกวัดแกว่งดาบพุ่งเข้าใส่คิโยตะโนะ
คิโยตะโนะหัวเราะเบา ๆ “นี่สิถึงจะเป็นสิ่งที่ชายชาตรีควรกระทำ...”
ขณะกล่าว มือที่ถือดาบก็ตวัดขวาง รับมือหลินเฟิง
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของนักพรตเจินจั๋ว หลินเฟิงกับคิโยตะโนะก็เข้าปะทะกัน
เพราะมีบทเรียนจากคราก่อน หลินเฟิงจึงฉวยโอกาสช่วงชิงความได้เปรียบ เปิดวิชาดาบผ่าลม ไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายได้พักหายใจแม้แต่น้อย
ดาบของทั้งสองฟาดฟันกลางอากาศจนเกิดเสียงแหลมต่อเนื่อง ครั้นปะทะกันประกายไฟก็พลันแตกกระจายไปทั่ว
หลินเฟิงพยายามค้นหาความเข้าใจจากการต่อสู้ครั้งก่อน ค่อย ๆ หลอมรวมจิตวิญญาณของตนเข้ากับดาบในมือ
การหยั่งรู้ฉับพลันนั้นมิอาจดูแคลนได้ การหยั่งรู้เพียงครั้งเดียวเทียบเท่าการฝึกฝนที่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานกี่ปี
หลินเฟิงก้าวหน้าอย่างมาก มากเสียจนคิโยตะโนะต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นถึงสิบสองส่วน คอยรับมือแสงดาบอันสับสนตรงหน้าอย่างรอบคอบ
นักพรตเจินจั๋วยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล มองทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดด้วยสีหน้าเหม่อลอย
นางไม่เคยคิดเลยว่า หลินเฟิงจากสายตานางไปเพียงกี่วันกัน ดูคล้ายจะเดือนกว่าเท่านั้น
