ท่านรองต้วนกับลู่ฟางมองเรื่องนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง หากวันหน้าต้วนซานเหนียงได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ กิจการของตระกูลต้วนย่อมยังตกอยู่ในมือท่านรองต้วน อีกทั้งกิจการยังจะรุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม
หากต้วนซานเหนียงติดตามมู่ชวน ท่านรองต้วนก็แทบหมดโอกาสทวงคืนกิจการของตระกูลต้วน
เมื่อไร้อำนาจจัดการกิจการ ย่อมพูดจาในตระกูลได้ไม่เต็มเสียง ครั้นเวลาผ่านไปนานเข้า ก็ไม่มีผู้ใดเห็นเขาอยู่ในสายตาอีก
ส่วนลู่ฟางยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากตนไร้แรงสนับสนุนจากท่านรองต้วน ในตระกูลต้วนก็ไม่มีความสำคัญแม้แต่น้อย
ใกล้เที่ยงวัน บนถนนหลวงนอกประตูเมืองปรากฏฝุ่นเหลืองฟุ้งตลบ คนผู้หนึ่งควบม้ามารายงานว่า ต้วนซานเหนียงแห่งตระกูลต้วนมาถึงแล้ว
ผู้คนเบียดเสียดเต็มถนน ต่างอยากชมโฉมต้วนซานเหนียง
มิใช่เพียงเพราะต้วนซานเหนียงกำลังจะรับตำแหน่งเถ้าแก่ใหญ่แห่งตระกูลต้วน หากยังเป็นเพราะโฉมหน้าของนางได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในลั่วเฉิง
ต้วนซานเหนียงมีนิสัยห้าวหาญ นางไม่ชอบนั่งเกี้ยว กลับโปรดการขี่ม้า
หลินเฟิงถอยไปหลบอยู่ในหมู่ยามเฝ้าจวน อำพรางตัวเองไว้เล็กน้อย
เมื่อเห็นขบวนใหญ่โตเช่นนี้ เขาย่อมต้องเก็บงำตัวให้มากเข้า ศัตรูของเขามีทั้งจำนวนมากและแข็งแกร่ง หากถูกพบเข้า ไม่เพียงตนเองจะตกอยู่ในอันตราย แม้แต่ตระกูลต้วนก็คงพลอยพินาศไปด้วย
ยามเฝ้าจวน 30 คนล้อมต้วนซานเหนียงไว้ตรงกลาง ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านถนนที่แออัด
ต้วนซานเหนียงพอใจกับพิธีการที่บิดาจัดเตรียมไว้ให้เป็นอย่างยิ่ง นี่จะทำให้คนทั้งเมืองรู้ว่านางได้รับความสำคัญจากตระกูลต้วน ทั้งยังเป็นการยืนยันทางอ้อมว่านางมีภูมิหลังบริสุทธิ์
