เมื่อคิดแผนการได้แล้ว หลินเฟิงก็ไปยังบ้านร้างหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจวนตระกูลเจียง ภายในลานหน้าบ้าน เขาพบหลุมใต้ดินที่ขุดไว้แห่งหนึ่ง ดูคล้ายใช้เก็บเสบียงหรือผัก ทว่าถูกทิ้งร้างมานานแล้ว
หลุมใต้ดินไม่ลึกนัก แต่ได้เปรียบตรงที่รกร้าง เขานำทองเงินของตระกูลเจียงลงไปซ่อนไว้ แล้วกลบดินทับ
ต่อให้เจียงอวิ้นพบว่าทองเงินหายไป คิดจนหัวแทบแตกก็คงนึกไม่ถึงว่า ทรัพย์สินมหาศาลของตระกูลตนจะถูกฝังอยู่ในบ้านผุพังหลังนี้
จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโชคดีพบสมบัติกองโตนี้ จะยึดไว้เป็นของตนหรือแจ้งทางการนำสมบัติไปมอบให้ ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเจียงอวิ้นอีกแล้ว
หลินเฟิงง่วนอยู่ครึ่งค่อนคืน ในที่สุดก็ขนย้ายสมบัติใต้ดินของเจียงอวิ้นทั้งหมดไปซ่อนไว้ในหลุมใต้ดินของบ้านร้าง จากนั้นกลบดินทับ แล้วใช้กิ่งไม้แห้งกับใบไม้ร่วงพรางร่องรอยการขุดดิน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาจึงพบว่าท้องฟ้าเริ่มสางแล้ว
หลินเฟิงกลับโรงเตี๊ยม ยังต้องไปส่งน้องสาวขึ้นขบวนคาราวานเดินทางกลับบ้าน
เขาไม่กังวลว่าเจียงอวิ้นจะพบว่าสมบัติหายไปในเวลาอันสั้น
เพราะทองเงินที่อยู่บนพื้นดินเขาไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อย ทองเงินจำนวนมากเช่นนั้น เจียงอวิ้นคงไม่ตรวจนับทุกวัน
ฟ้าสว่างเต็มที่แล้ว พ่อบ้านเฒ่าก็มาตามหลินโชวให้ออกเดินทาง
หลินเฟิงตามไปยังตระกูลเจียงด้วย เมื่อไปถึงก็เห็นรถม้าจอดเรียงอยู่หน้าประตูสิบกว่าคัน มีชายฉกรรจ์สามสี่สิบคนยืนอยู่ข้างรถม้า รอคำสั่งให้ออกเดินทาง
พ่อบ้านเฒ่าจัดรถม้าเรียบง่ายคันหนึ่งให้หลินโชวจริง ๆ ยังดีที่บนรถมีเพิงเก่าขาด ๆ คอยบังแดด
ม้าแก่ตัวหนึ่งลากรถม้า ตามท้ายขบวนค่อย ๆ โคลงเคลงออกจากตัวเมือง
