ได้ยินว่าหลินเฟิงรับหน้าที่ดูแลการป้องกันเจิ้นซีแล้ว หวังว่าชายแดนระหว่างซีเซี่ยกับต้าจงจะมีสัมพันธไมตรีอันดีต่อกันยาวนาน
ทูถ่งทหารหลี่จี้ผิงเป็นเชื้อพระวงศ์ซีเซี่ย บุตรสาวของเขาเพิ่งย่างเข้าสู่วัยสิบหก ทั้งงดงามอ่อนช้อยและมีเสน่ห์จับตา
หากนางได้ผูกสัมพันธ์ร้อยปีกับหลินเฟิง ชายแดนของทั้งสองแคว้นย่อมสงบสุขมั่นคงไปช้านาน
หลินเฟิงมองจดหมายแล้วชะงักงันไปชั่วขณะ
เหตุใดถึงคิดจะเกี่ยวดองกับข้าขึ้นมาได้เล่า?
พวกเขารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?
เห็นได้ชัดว่าตนมีชื่อเสียงโด่งดังในเขตเจิ้นซีถึงเพียงนี้ อีกฝ่ายย่อมต้องสืบเรื่องราวของเขามาแล้วเป็นแน่
ไป๋จิ้งเห็นเขาทำหน้ามึนงง ก็รีบยื่นหน้าเข้ามาอ่านจดหมาย
จากนั้นนางก็อ้าปากค้าง ตกอยู่ในอาการงุนงงไม่ต่างกัน
เฉิงเหลียงกับเวินเจี้ยนเลิกร้องเพลง แล้วถอยไปยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบเชียบ
จ้าวซั่วไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เขายื่นหน้าเข้ามาดูจดหมายตามไป๋จิ้งด้วย
จากนั้นก็ยิ้มกว้างพลางหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆ ๆ... พี่ใหญ่ มีคนหมายตาท่านแล้ว ฮ่า ๆ ๆ... วาสนารักช่างล้นเหลือเสียจริง...”
เสียงหัวเราะของเขาทำให้ไป๋จิ้งสะดุ้ง นางจึงยกมือแตะแผ่นหลังหลินเฟิงเบา ๆ
“พี่ ข้าว่าเข้าท่าดี อีกฝ่ายเป็นถึงพระญาติของฮ่องเต้เชียวนะ”
“พระญาติอะไรของเจ้า จ้าวซั่วก็เป็นพระญาติเหมือนกันมิใช่หรือ”
จ้าวซั่วเกาศีรษะ “หา? แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าเล่า?”
ไป๋จิ้งหัวเราะ “ก็หมายความว่า ท่านโหวแห่งต้าจงอย่างเจ้าทำได้เพียงเดินตามหลังพี่ใหญ่ต้อย ๆ เท่านั้น”
“อ้อ เจ้าหมายถึงพี่ใหญ่ไม่สนใจพระญาติของฮ่องเต้ซีเซี่ยผู้นี้เลยสินะ”
“นับว่าเจ้ายังมีหัวคิดอยู่บ้าง ใจพี่ใหญ่ของเจ้าย่อมกว้างไกลกว่านั้น”
ทั้งสองกำลังถกเถียงกัน ส่วนหลินเฟิงครุ่นคิดว่าจะตอบจดหมายอย่างไรดี
