น่าหลานตั้งใจจะปลอบเขาสักสองสามคำ ใครจะรู้ว่าคิดอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเงียบงัน
ภายในใจนางกำลังครุ่นคิดว่า จะห้ามไม่ให้พี่ชายอย่างน่าเริ่นเปิดศึกกับหลินเฟิงได้อย่างไร
เมื่อดูจากสถานการณ์ในยามนี้ หลินเฟิงเป็นผู้ที่ไม่มีทางเอาชนะได้
แม้น่าเริ่นจะกล้าหาญและบ้าบิ่น แต่ด้านสติปัญญากลับห่างชั้นจากหลินเฟิงมากนัก
บิดาชรามีบุตรชายเพียงสองคนกับบุตรสาวหนึ่งคน น่าถ่านสิ้นชีวิตไปแล้ว ส่วนนางก็เป็นสตรี
น่าเริ่นเป็นบุตรชายคนโตของหัวหน้าเผ่าคู่ลั่ว ทั้งยังแบกรับภาระอันหนักอึ้ง และเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของบิดาผู้เป็นหัวหน้าเผ่า
จะปล่อยให้ความแค้นส่วนตัวของตนพาตระกูลตกสู่กองเพลิงได้อย่างไร
น่าหลานเชื่อจากก้นบึ้งของหัวใจแล้วว่า หลินเฟิงเป็นปีศาจ มิใช่ผู้ที่มนุษย์จะต่อกรได้ เที่ยเจินก็ไม่ไหว คนทั้งโลกนี้ก็ไม่มีผู้ใดทำได้
บางทีนางอาจถูกหลินเฟิงกำราบจนหมดใจแล้ว
แม้ภายนอกนางจะไม่ยอมรับ แต่ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับผู้ใด นางก็ไม่มีวันยอมรับอยู่ดี
เวินตี๋ฮั่นกับน่าหลาน แม้ตลอดทางจะนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา
แต่ในใจต่างก็เกิดความคิดถอยหนี เป็นความคิดที่ว่า ชั่วชีวิตนี้จะไม่มาเหยียบต้าจงอีกเป็นครั้งที่สอง
ภายในกองบัญชาการของป้อมหลิ่งโตวจื่อ ฉินฟางกำลังจ้องตากับหลินเฟิง
เขาได้ยินว่าซูเฉียนไปสวามิภักดิ์ต่ออ๋องฝู ทั้งยังยอมให้กองทัพผ้าโพกหัวดำเข้าประจำค่ายใหญ่ในเมืองหลวงประจำแคว้นแล้ว
ครานี้กองทัพผ้าโพกหัวดำห้าหมื่นนายบุกเว่ยหยวน กลับถูกหวังเฉียนและคนอื่น ๆ สังหารกลางสนามรบไปกว่าสี่หมื่น
เขาจึงเร่งรุดมาหาหลินเฟิง
ความคิดของฉินฟางเรียบง่ายนัก ซูเฉียนสมคบคิดกับคนเถื่อนจนบิดาของเขาต้องตาย
ความแค้นที่อยากชำระได้แผดเผาอยู่ในใจเขามาโดยตลอด
ชัยชนะครั้งนี้ หลินเฟิงย่อมฉวยโอกาสไล่ต้อนศัตรู ยึดเมืองหลวงประจำแคว้นในคราเดียว จับซูเฉียนมาชำระแค้นแทนบิดาได้
ทั้งสองมีความเห็นไม่ตรงกัน จึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่
