ตู้เจี่ยนจู๋กล่าวพลางประคองรายการของกำนัลไว้เบื้องหน้า
มีขุนนางผู้ติดตามก้าวเข้ามารับรายการของกำนัล ก่อนหันไปวางลงบนโต๊ะหนังสือตรงหน้าหูจิ้นไฉ
หูจิ้นไฉมิได้แม้แต่จะปรายตามองรายการของกำนัล เพียงมองตู้เจี่ยนจู๋อย่างเรียบเฉย
“ไม่ทราบว่าท่านทูถ่งจวินให้ท่านมาด้วยเรื่องใดหรือ?”
ตู้เจี่ยนจู๋ลุกขึ้นประสานมืออย่างรวดเร็ว กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ท่านแม่ทัพเอก บัดนี้กองทัพซีเซี่ยประชิดเมืองหยินโจว ภายในเขตหยินโจว นอกจากเมืองหลักสามแห่งแล้ว พื้นที่รอบด้านล้วนตกอยู่ในการควบคุมของพวกมัน แม้เมืองหยินโจวยังปลอดภัยอยู่ชั่วคราว แต่หากปล่อยเวลาให้ผ่านไป ย่อมมีช่องโหว่เป็นแน่ ท่านทูถ่งจวินของข้าหวังว่าท่านแม่ทัพเอกจะยื่นมือช่วยเหลือ จากทางเจิ้นซีคอยตรึงกำลังกองทัพซีเซี่ยไว้”
หูจิ้นไฉเผยสีหน้าเศร้าสลด “ฉินฟาง แม่ทัพใหญ่ประจำเมืองชายแดนเจิ้นซี เคยนำทหารม้าศึก 20,000 นายไปช่วยพวกท่าน แต่กลับพลีชีพห่างจากเมืองหยินโจวไป 380 ลี้ ทหารม้าศึก 20,000 นายสูญเสียอย่างหนัก ผู้ที่กลับถึงเมืองชายแดนได้มีไม่ถึง 5,000 นาย...”
น้ำเสียงของเขาต่ำลง สีหน้าเคร่งขรึม
ตู้เจี่ยนจู๋ลุกขึ้นยืนแล้ว โน้มกายลงด้วยความสำรวม ก้มหน้ารับฟัง
ครู่ใหญ่ผ่านไป
“ท่านแม่ทัพเอก เมื่อท่านทูถ่งจวินของข้าทราบข่าวร้ายนี้ ก็ไม่ได้กินอาหารตลอด 3 วัน ความโศกเศร้าทำให้ล้มป่วย จนถึงบัดนี้ยังลุกจากเตียงไม่ได้
ครั้งนี้ท่านให้ข้าน้อยเดินทางมา นอกจากนำคำปลอบขวัญมามอบแก่เหล่าทหารกองทัพเจิ้นซีแล้ว ยังขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งจากทั่วทั้งหยินโจวแด่เหล่าทหารที่พลีชีพด้วย”
หูจิ้นไฉโบกมือ “ข้ารับน้ำใจไว้แล้ว ท่านตู้กลับไปแจ้งท่านทูถ่งจวินด้วยว่า บัดนี้กองทัพซีเซี่ยมีกำลังเข้มแข็ง กองทัพเจิ้นซีไม่กล้าเคลื่อนกำลังโดยพลการ ขอท่านทูถ่งจวินโปรดเข้าใจ”
