โจรสลัดไม่อยากรอแม้เพียงชั่วขณะ เมื่อเผชิญกับขบวนรถม้าขนาดมหึมาเช่นนี้ ดวงตาพวกมันแดงก่ำ เบื้องหน้ามีทรัพย์สินกองพะเนิน สำหรับโจรสลัดที่เคยชินกับการปล้นชิง จะอดใจไม่ลงมือได้อย่างไร
ในความมืดก่อนรุ่งสาง เงาดำมากมายปรากฏขึ้นนอกเมือง เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้กำแพงเมืองเตี้ย ๆ ทีละน้อย
หน่วยองครักษ์ที่รับหน้าที่ป้องกันเริ่มยิงธนูลงจากกำแพงเมือง พร้อมตะโกนส่งสัญญาณเตือนเสียงดัง
เหมียวหย่งกับเฉินตงผิงเพิ่งจะขดตัวอยู่ตรงมุมหนึ่ง หมายหลับตาพักสักครู่ ครั้นได้ยินเสียงลูกศรสัญญาณ ทั้งสองก็ผุดลุกขึ้นทันที
สมาชิกหน่วยองครักษ์ทั้งหมดถูกปลุกให้ลุกขึ้น คว้าอาวุธแล้วมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมือง
กำแพงเมืองถังกู๋ทั้งเตี้ยทั้งทรุดโทรม คูเมืองนอกกำแพงถูกขยะและฝุ่นดินถมจนกลายเป็นเพียงร่องตื้น ๆ นานแล้ว ย่อมไม่อาจขวางโจรสลัดได้
ชั่วพริบตา เงาดำก็ปรากฏขึ้นรอบทิศของเมือง มากบ้างน้อยบ้าง พร่าเลือนเคลื่อนตัวพุ่งเข้าหากำแพงเมือง
หลินเฟิงถอนหายใจ ก่อนหมุนตัววิ่งไปยังเรือนที่ตระกูลต้วนพำนักอยู่
กำแพงเมืองย่อมต้านโจรสลัดไม่อยู่ ทำได้เพียงต่อสู้กับพวกมันในตรอกซอกซอยภายในเมือง
ทว่าการรบในตรอกซอกซอยเป็นจุดแข็งของโจรสลัด ดังนั้นศึกครั้งนี้คงไม่ราบรื่นนัก ความสูญเสียย่อมหนักหนาสาหัส
เมื่อหลินเฟิงวิ่งกลับมาถึงเขตที่ตั้งเรือนตระกูลต้วน เสียงอาวุธกระทบกันก็ดังขึ้นจากบนกำแพงเมือง หน่วยองครักษ์เริ่มปะทะกับโจรสลัดแล้ว
ต้วนจิ่งชิวรวบรวมเจ้าหน้าตาย ซ่งเฉิน และผู้บาดเจ็บคนอื่น ๆ ให้อยู่ในห้องเดียวกัน ด้านนอกมีเหล่ายามเฝ้าจวนตระกูลต้วนใช้รถม้ากำบังเพื่อป้องกัน
พลธนูปีนขึ้นไปบนหลังคา ด้านหน้ามีผู้ถือทวนยาว ส่วนด้านในสุดเป็นยามเฝ้าจวนที่ถือดาบเหล็กอยู่ในมือ
