เพียงมองสีหน้ากระอักกระอ่วนของโทกุงาวะ นารุชิเงะที่ยืนอยู่ด้านข้าง ก็รู้ได้ว่าแม้แต่เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าตระกูลฟูจิวาระจะเด็ดขาดถึงเพียงนี้
“ดี ความจริงใจของตระกูลฟูจิวาระ ข้าเห็นแล้ว หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติตามที่ระบุไว้ในหนังสือ”
“ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย คนในตระกูลฟูจิวาระทั้งบนและล่างไม่มีความคิดเป็นศัตรูกับกองทัพเจิ้นซีแม้แต่น้อย เพียงหวังจะใช้ชีวิตอย่างสามัญชนในต้าเหอให้ดีเท่านั้น”
หลินเฟิงโบกมือ ส่งสัญญาณให้ปู้หยุนถิงยกชาเข้ามา
ทั้งสองใช้ชาแทนสุรา ยกจอกคารวะกันคนละครั้ง ข้อตกลงสันติภาพระหว่างกันจึงมีผลบังคับใช้
หลังส่งฟูจิวาระ คุระสุเกะกลับไป โทกุงาวะ นารุชิเงะก็รีบเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ส่งกลับไปยังตระกูล
เขาหวังว่าตระกูลจะเขียนหนังสือยอมสวามิภักดิ์ขึ้นมาฉบับหนึ่งเช่นกัน เพื่อแสดงความจริงใจต่อหลินเฟิง
ห้าวันต่อมา เรือรบของกองทัพเจิ้นซีที่ประจำอยู่ตามลำน้ำภายในแผ่นดินก็ติดตั้งอุปกรณ์เสร็จสิ้น
มิใช่เพราะทหารช่างของกองทัพเจิ้นซีทำงานได้รวดเร็ว หากแต่เรือรบทั้งสี่ลำนี้เป็นเรือที่ตระกูลโทกุงาวะและตระกูลฟูจิวาระต่างมอบให้ฝ่ายละสองลำ
เดิมทีเรือรบทั้งสี่ลำถูกใช้ลาดตระเวนตามลำน้ำภายในแผ่นดิน อุปกรณ์บนเรือล้วนออกแบบและสร้างขึ้นตามมาตรฐานเรือรบ
ดังนั้นกองทัพเจิ้นซีเพียงเปลี่ยนเครื่องหมายตรงหัวเรือ เปลี่ยนปืนใหญ่ในห้องเรือให้เป็นปืนใหญ่ของกองทัพเจิ้นซี และติดตั้งแท่นยิงปืนกลหนักไว้ที่กราบเรือทั้งสองข้าง ข้างละหนึ่งแท่น
ส่วนสิ่งติดตั้งอื่น ๆ ปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เท่านี้เรือรบลำใหม่ก็ปรากฏขึ้นในลำน้ำตรงชายแดนระหว่างมณฑลสุ่ยเจ๋อกับเขตนครหลวง
แม่น้ำสายนี้แม่น้ำจิ่วเซิ่งชวนแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านทั่วทั้งเขตนครหลวง
แม่น้ำไหลจากใต้ขึ้นเหนือ เริ่มจากพื้นที่ชายขอบมณฑลสุ่ยเจ๋อ ผ่านเขตนครหลวง อ้อมเมืองรักษาการณ์สองแห่ง แล้วไหลผ่านด้านตะวันตกของนครหลวงเข้าสู่มณฑลซินผู่
