เขาลอบนินทาในใจว่า เจ้าผู้เป็นถ่งหลิ่งยังหนีไปแล้ว ยังจะมาสนใจว่าผู้อื่นทำเช่นไรอีกหรือ?
อาเกจิ คิโยฮิเดะนำหน่วยองครักษ์สามร้อยนายของตนหนีออกจากเมือง หลังข้ามสะพานชักหน้าเมืองไป ก็พบกับรองแม่ทัพของชิมาซะ นาโอฮิโระ
“ท่านแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพชิมาซะสั่งให้ข้าน้อยมารับท่าน เชิญไปทางนี้”
ชิมาซะ นาโอฮิโระเห็นว่ากองเรือของตนไม่อาจต้านทานเรือรบของกองทัพเจิ้นซีได้ คาดการณ์ว่าสถานการณ์โดยรวมคงสิ้นหวังแล้ว จึงจำต้องฝืนถอนกำลัง
ทว่าเขาจะทอดทิ้งอาเกจิ คิโยฮิเดะไว้ไม่ได้ หากตนหนีไปแล้วแม่ทัพใหญ่กลับเสียชีวิตในเมือง เขาก็คงไม่มีชีวิตรอดกลับไปเช่นกัน
อย่างน้อยก็ต้องพาแม่ทัพใหญ่ออกมาได้ เมื่อกลับไปจึงจะมีผู้รับผิดชอบความพ่ายแพ้แทนตน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสั่งให้รองแม่ทัพไปตามหาอาเกจิ คิโยฮิเดะโดยพลัน และเกลี้ยกล่อมให้ถอนกำลัง
ทั้งสองฝ่ายคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย จึงประหยัดเวลาไปได้ไม่น้อย
อาเกจิ คิโยฮิเดะขึ้นเรือบัญชาการของชิมาซะ นาโอฮิโระ ส่วนอาโซ อาซากาวะจัดแจงหน่วยองครักษ์สามร้อยนายให้ขึ้นเรือรบหลายลำแยกกัน
เรือรบกว่ายี่สิบลำออกเดินทาง มุ่งหน้าล่องไปตามแม่น้ำหย่งติ้ง
ชิมาซะ นาโอฮิโระออกคำสั่งแล้วว่า เรือรบที่เหลืออีกกว่าสามสิบลำต้องต้านการโจมตีของกองเรือเจิ้นซีอย่างสุดกำลัง จนกว่าจะถึงที่สุด ห้ามถอยเด็ดขาด
บนกำแพงเมือง ห่างจากหอประตูเมืองไปหลายสิบจั้ง มีแม่ทัพโจรสลัดสองคนยืนอยู่ ทั้งคู่เป็นแม่ทัพที่อาเกจิ คิโยฮิเดะเรียกไปเข้าร่วมประชุมวางแผนการรบ ณ กองบัญชาการ
ยามนี้ เมื่อทั้งสองเห็นอาเกจิ คิโยฮิเดะพาคนหนีไปโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยลา ก็รู้ว่าเมืองฟู่อันจบสิ้นแล้ว
ตอนประชุม เขาเสนอให้ถอนกำลัง ทว่ากลับถูกอาเกจิ คิโยฮิเดะดุด่าชุดใหญ่
