ครานี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม จุดเด่นของหลินเฟิงคือ เขาสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์และบทเรียนได้มากมายจากการต่อสู้อันดุเดือดเพียงครั้งเดียว ยิ่งประมือหลายครั้งก็ยิ่งพัฒนาฝีมือได้รวดเร็ว
มิซุกาวะก็เป็นเช่นนั้น ทว่าไม่ได้ผิดปกติถึงเพียงหลินเฟิง
คราวก่อนมิซุกาวะประมือกับหลินเฟิงกว่าสิบกระบวนท่า ช่วงแรกยังพอตอบโต้ได้ แต่หลังจากนั้นก็ได้แต่ตั้งรับอย่างเหนื่อยล้า
ครานี้เพียงห้าหกกระบวนท่า มีดสั้นในมือซ้ายก็ถูกดาบเหล็กของหลินเฟิงฟาดกระเด็นไปแล้ว
มิซุกาวะเหลือดาบเพียงเล่มเดียว พลันเสียกระบวน คิดสู้ตายก็ยังไม่มีโอกาส การใช้สองมือกุมดาบช่วยเพิ่มพละกำลังก็จริง แต่กลับทำให้ความเร็วลดลง
หลินเฟิงฟันดาบขวางใส่คอเขา
ดาบเหล็กคมกริบตัดศีรษะมิซุกาวะขาดในพริบตา ก่อนลอยออกไปนอกหน้าต่าง
เหล่าทหารที่ล้อมอยู่ด้านล่างต่างเงยหน้ารอคอย
หากไม่มีคำสั่งจากหัวหน้า ก็ไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นไปบนหอ
เผยชีอินยืนสงบนิ่งอยู่ด้านล่าง ความเชื่อมั่นที่นางมีต่อหลินเฟิงนั้นไม่ธรรมดาเลย
ยามนี้เฉิงเหลียงกับเวินเจี้ยนก็มาถึงลานของร้านม้าแล้ว ทั้งสองกับเหล่าองครักษ์ต่างเงยหน้ามองอย่างกระวนกระวาย ได้ยินเพียงเสียงดาบเหล็กปะทะกันเป็นระลอกจากชั้นบน
“พี่เฉิง ได้ยินมาว่าเจ้าหมอนั่นเชี่ยวชาญการใช้ดาบ”
เวินเจี้ยนชะเง้อคอถามด้วยความกังวล
“ชิ พี่ใหญ่ของพวกเราต่างหากที่เชี่ยวชาญการใช้ดาบ”
เวินเจี้ยนส่ายหน้า “ไยต้องให้พี่ใหญ่ลงมือด้วย ยิงปืนพร้อมกันสักแถว ไม่ว่าดาบหรือกระบี่ก็ต้องสิ้นท่า”
เฉิงเหลียงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “พูดอะไรของเจ้า เจ้าเองก็ใช้กระบี่มิใช่หรือ ไยถึงถอดใจเร็วนัก”
