เวินเจี้ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ย่อมต้องลองดูสักหน่อย”
“เช่นนั้นก็ดี ทำตามที่เจ้าว่า ให้พลปืนใหญ่ไปเตรียมการ”
เซี่ยจ้งเองก็รู้สึกคันไม้คันมือมานานแล้ว เพียงแต่คำนึงถึงพลปืนใหญ่เหล่านี้ที่เดินทัพต่อเนื่องมาสองวัน เกรงว่าพวกเขาจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป
เมื่อผู้นำสูงสุดทั้งสองเห็นพ้องกัน เหล่าทหารจะมีความเห็นเป็นอื่นได้อย่างไร พลปืนใหญ่หลายคนจึงเริ่มลงมือทำงานทันที
ทหารที่จูงวัวปลดโซ่เหล็กและเชือกของรถปืนใหญ่หนักออก แล้วจูงวัวไป อีกทั้งยังเว้นพื้นที่โดยรอบให้โล่ง
พลปืนใหญ่ผู้รับผิดชอบการปรับมุมปืน นำเข็มทิศที่หมุนปรับแนวราบและแนวดิ่งไปประกบเข้ากับร่องฟันบนลำกล้องปืน
เมื่อหมุนด้ามจับ ก็สามารถปรับระดับปากกระบอกปืนและทิศทางซ้ายขวาได้
พลปืนใหญ่ผู้วัดระยะรายงานความเร็วลม ทิศทางลม และระยะทางออกมาทีละอย่าง ส่วนผู้ทำความสะอาดลำกล้อง ผู้บรรจุกระสุน และผู้ลำเลียงกระสุนต่างเข้าประจำตำแหน่ง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ
เวินเจี้ยนชี้ไปยังหอประตูเมืองที่อยู่ไกลออกไปแล้วตะโกนว่า
“เป้าหมายที่พวกเจ้าจะยิงก็คือหอประตูเมืองซึ่งอยู่ห่างออกไปแปดลี้ หากถล่มมันลงมาได้ก็ยิ่งดี!”
หัวหน้าพลปืนใหญ่ยิ้มเจื่อน “แม่ทัพเวิน เรื่องนี้พูดยากจริง ๆ ต้องดูวัสดุที่ใช้สร้างหอประตูเมือง อายุ และคุณภาพการก่อสร้างด้วย พวกเราไม่กล้าพูดโอ้อวดว่าปืนใหญ่ไร้สิ่งใดต้านทานได้”
“เอาละ ๆ ข้ารู้แล้ว ข้าแค่อยากระบายความอัดอั้นในอก พวกเจ้าก็ยิงไปเถิด ผลจะเป็นเช่นไรก็ยอมรับทั้งนั้น”
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก่อนดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ปืนใหญ่หนักก็เตรียมพร้อมทุกอย่างในที่สุด
