หัวหน้าบนเรือเร็วตะโกนลั่นว่า “พวกมันหมดกระสุนแล้ว! ไล่ตามไป ชนพวกมันให้ตาย!”
ทหารโจรสลัดกว่าสิบคนพลันฮึกเหิมขึ้นมา ต่างออกแรงพายเรือจนเรือเร็วแล่นด้วยความเร็วสูงสุด
เฉาฉู่หางมองผ่านกล้องส่องทางไกล เห็นเรือรบฝูอันส่งสัญญาณธงมาถึงเขา แจ้งว่ากระสุนหมดแล้ว กำลังกลับท่าเรือฉางจื้อโจว ให้ระวังเรือเร็วเหล่านั้น เพราะบนเรือบรรทุกดินระเบิด
“หึ ๆ พวกเจ้าระดมยิงเสียสนุกมือ คราวนี้ถึงตาข้าลงสนามบ้างแล้ว”
กล่าวจบ เขาก็โบกมือ “ทุกคนรู้วิธีโจมตีของพวกเราอยู่แล้ว ทำตามธรรมเนียมเดิม บุกเข้าไป!”
เฉาฉู่หางไม่ได้ใส่ใจข้อความที่ส่งมาจากด้านหลัง คิดว่าเรือรบติดตั้งดินระเบิดเป็นเรื่องปกติ จึงไม่เข้าใจความหมายของเรือรบฝูอัน
เรือรบลั่วเฉิงไม่สนใจเรือเล็กเหล่านั้น แล่นตรงเข้าใส่กองเรือโจรสลัด
เฉาฉู่หางยังคงใช้กลยุทธ์แล่นวนโจมตีเรือรบของโจรสลัด เมื่อเรือรบแล่นเข้าใกล้เรือรบของโจรสลัดในระยะสิบกว่าลี้ ก็เริ่มเบนหัวไปทางขวา เผยให้เห็นปากกระบอกปืนใหญ่เรียงรายแน่นขนัดอยู่ด้านข้างของเรือรบลั่วเฉิง
แม้เหล่าแม่ทัพโจรสลัดจะรู้วิธีโจมตีของเรือรบกองทัพเจิ้นซี แต่ก็ไม่อาจหาทางรับมือได้เลย
เรือรบของพวกเขาแล่นเร็วไม่เท่ากัน ระยะยิงของปืนใหญ่ก็สั้นกว่า การศึกนี้จึงทำได้เพียงถูกโจมตีฝ่ายเดียว
เรือรบกระจัดกระจายหลายลำถูกเรือรบของตระกูลโทโยโทมิไล่ต้อนให้มุ่งหน้าไปอยู่แนวหน้า
พวกมันแยกกระจายกันอยู่หน้ากระบวนทัพ ทั้งปิดกั้นด้านหน้าและด้านหลังของเรือรบกองทัพเจิ้นซี
เรือรบเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าเรือเร็วของโจรสลัดมาก เมื่ออยู่ห่างจากเรือรบลั่วเฉิงเจ็ดถึงแปดลี้ ก็ได้ยินเสียงปืนใหญ่จากเรือรบกองทัพเจิ้นซีคำรามแล้ว
