จัวถัวกล่าวพลางมองเหล่านายทหารที่รายล้อมอยู่โดยรอบ
“ข้าต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของพวกเจ้าทุกคน”
ทุกคนต่างซาบซึ้งใจ นี่ต่างหากคือแม่ทัพผู้เหมาะสม เป็นแม่ทัพชั้นยอดที่เก็บเหล่าทหารไว้ในใจ
พวกเขาติดตามจัวถัวเดินสำรวจบริเวณรอบเมืองต๋าตู้เอ๋อร์
จัวถัวตั้งใจสังเกตลักษณะภูมิประเทศในแต่ละจุด และให้ผู้ติดตามที่อยู่ข้างกายจดบันทึกไว้ทุกเมื่อ
ตู๋เลี่ยเป็นคนตรงไปตรงมา เมื่อมองชายชราวัยใกล้เจ็ดสิบปีที่อยู่เบื้องหน้า ก็อดซาบซึ้งใจไม่ได้
ความรู้สึกยอมพลีชีพเพื่อผู้ที่รู้ใจพลันเอ่อท้นขึ้นมา
พวกเขาติดตามจัวถัวจากตัวเมืองมาถึงหน้าค่ายของกองทัพชิงสุ่ย
กองกำลังขนาดใหญ่เช่นนี้ทำให้ทหารกองทัพชิงสุ่ยบนกำแพงเมืองตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
หูจิ้นไฉสั่งการทันที ให้ทั้งในเมืองและค่ายทหารเข้าสู่ภาวะป้องกันระดับหนึ่ง
ทหารนับพันกรูกันขึ้นกำแพงเมือง ต่างหยิบก้อนหินและท่อนซุงที่เตรียมไว้ ธนู และน้ำมันเพลิงไว้ในมือ เตรียมรับมือคนเถื่อนที่อาจบุกโจมตีเมืองได้ทุกเมื่อ
จัวถัวนำทหารม้าศึกสองพันนายอ้อมเมืองต๋าตู้เอ๋อร์ไปครึ่งรอบ
ยามนี้ลมพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทั้งคนและม้าส่ายโงนเงน ไม่อาจนั่งบนหลังม้าได้อย่างมั่นคง
ตู๋เลี่ยเป็นห่วงความปลอดภัยของจัวถัว จึงเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้กลับค่าย
หลังถูกเกราะเงินหลายคนโน้มน้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จัวถัวจึงสั่งให้กองกำลังทั้งหมดกลับค่าย
ทุกคนฝ่าลมแรง มุ่งหน้าไปยังค่ายอย่างยากลำบาก
เมื่อเดินทางมาถึงช่องลมแห่งหนึ่ง กระแสลมมหาศาลก็พัดหอบเศษหินและทรายเหลืองขึ้นเต็มฟ้า ซัดเข้าปะทะใบหน้า
ทุกคนซุกศีรษะลงกับหลังม้า โน้มตัวต้านทานความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ
