หลินเฉี่ยวเม่ยกลับไม่ใส่ใจ “นั่นเพราะเขายังไม่เคยพบพี่ชายข้า”
“แต่ยามนี้พี่ชายเจ้าไม่อยู่”
“โธ่เอ๊ย พูดวกวนอยู่ได้ บอกมาตรง ๆ เถิดว่าจะรบอย่างไร”
หูจิ้นไฉถูกนางพูดจนกลอกตา
“ข้ากำลังขบคิดอยู่มิใช่หรือ”
ภายในค่ายใหญ่ของคนเถื่อน ห่างจากเมืองต๋าตู้เอ๋อร์ 50 ลี้ จัวถัวกำลังพินิจแผนที่อย่างละเอียด
นักรบเกราะเงินหลายคนยืนอยู่ด้านข้าง สองคนในนั้นคือสือถุนกับตู๋เลี่ย ผู้ซึ่งเพิ่งพ่ายแพ้และหลบหนีกลับมา ทั้งคู่กำลังรอให้ซักถาม
“ได้ยินว่าหลินเฟิงชำนาญการใช้ อสนีบาต ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่?”
จัวถัวขมวดคิ้วถาม
สือถุนรีบตอบ “เรียนท่านผู้ดูแลใหญ่ จากคำบอกเล่าของผู้ที่หนีกลับมา มันเป็นไหสีดำชนิดหนึ่ง มีอานุภาพระเบิดรุนแรงยิ่ง”
“อ้อ ไหสีดำ แล้วอานุภาพรุนแรงเพียงใด?”
“เรียนท่านแม่ทัพ ไหหนึ่งใบระเบิดคนได้หลายสิบคน”
จัวถัวเงยหน้าขึ้น มองนักรบเกราะเงินทั้งหลาย
“มีผู้ใดรู้หรือไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร?”
นักรบเกราะเงินหลายคนส่ายหน้าอย่างงุนงง
จัวถัวนวดขมับ “คิดว่าสิ่งนั้นคงมีไม่มาก มิฉะนั้นศึกนี้ก็ไม่ต้องรบกันแล้ว คุกเข่ายอมเป็นข้าก็สิ้นเรื่อง”
เห็นนักรบเกราะเงินหลายคนไม่พูด เขาจึงถามต่อ
“พวกเจ้าลองเล่ามาอีกสิว่ากองทัพชิงสุ่ยยังมีอาวุธประหลาดอะไรอีก?”
ตู๋เลี่ยเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ทัพ พวกเขายังมีรถศึกชนิดหนึ่ง สร้างความเสียหายแก่กองม้าศึกของเราอย่างยิ่ง”
สือถุนกล่าวเสริม “ยังมีทหารม้าที่สวมเกราะทั้งร่าง กองม้าศึกของเราพุ่งเข้าไปก็มีแต่ถูกตี ฟันอีกฝ่ายไม่เข้าเลย”
ตู๋เลี่ยกล่าวอีกครั้ง “ท่านแม่ทัพ ตอนกองทัพชิงสุ่ยบุก พวกเขาใช้ธนูกลชนิดหนึ่ง ยิงได้รวดเร็ว ขึ้นสายก็ไว พวกเขามุ่งยิงม้าศึก ป้องกันได้ยาก”
