เฉาเต๋ออวิ้นคิดไม่ตก หลินเฟิงจะรอให้ราชวงศ์ต้าจงมั่นคงเสียก่อน แล้วค่อยส่งคนไปปราบต้าเหอไม่ได้หรือ?
ต่อให้หลินเฟิงขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ มีบารมีแห่งจักรพรรดิต้าจงติดตัว แล้วค่อยแสดงบทบาทนำทัพออกศึกด้วยพระองค์เอง ก็ยังดีกว่าสถานการณ์ในยามนี้
เฉาเต๋ออวิ้นรู้สึกไม่มั่นใจนัก
เช้าวันนี้ หลังเหวินเฉิงหารือราชกิจร่วมกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่เก้าคนเสร็จ ขันทีคนหนึ่งก็ยกน้ำชามาให้ เหล่าขุนนางผ่อนคลายอารมณ์ แล้วสนทนากันอย่างออกรส
ยามนี้ต้าจงมีกองทัพเจิ้นซีตั้งมั่นอย่างแข็งแกร่ง บ้านเมืองจึงสงบสุข คำสั่งราชการดำเนินไปอย่างราบรื่น นอกจากผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จะไปต่อสู้กับผู้คนในต้าเหอแล้ว ก็มีเพียงฉินฟางแห่งเมืองชายแดนเจิ้นซีที่เปิดศึกกับกองทัพซีเซี่ยอีกครั้ง
นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีเรื่องใหญ่ใดเกิดขึ้น ส่วนเรื่องสงครามก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขามากนัก
เฉาเต๋ออวิ้นจิบชาไปอึกหนึ่ง ก่อนกระแอมเบา ๆ
“แค่ก ๆ ท่านอัครมหาเสนาบดีและใต้เท้าทุกท่าน ข้าน้อยขอหยิบยกเรื่องเก่าขึ้นมาพูดอีกครั้ง ราชสำนักต้าจงจะไร้ประมุขแม้แต่วันเดียวมิได้ บัดนี้กองทัพเจิ้นซีของพวกเรารวบรวมแผ่นดินต้าจงเป็นหนึ่งเดียวมาเกินครึ่งปีแล้ว ไม่ทราบว่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คิดเช่นไร ตกลงจะทรงดูแลราชสำนักแห่งนี้หรือไม่?”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เหล่าขุนนางต่างรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
กู่หวยเซิง ผู้ตรวจการแห่งราชวงศ์ต้าจง เผยสีหน้าลำบากใจ
“ราชวงศ์ต้าจงสืบทอดแผ่นดินมาสองร้อยสามสิบแปดปี มีราชสกุลจ้าวเป็นจักรพรรดิมาโดยตลอด จนถึงวันนี้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงกำจัดจ้าวเจิงผู้ชิงบัลลังก์ตั้งตนเป็นจักรพรรดิ แต่ก็มิได้ปลดฐานะจักรพรรดิต้าจงของจ้าวฉุน ดังนั้นคำกล่าวของใต้เท้าเฉาที่ว่าราชสำนักไร้ประมุขจึงไม่เป็นความจริง”
