เกาเจิ้งชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ศิษย์อา ในโลกผู้บำเพ็ญมีผู้บำเพ็ญมารปรากฏตัวขึ้น เขาสังหารผู้คนจนทั้งมนุษย์และเทพต่างขุ่นเคือง สำนักเจิ้งอีเกือบถูกเขาทำลาย สำนักจงซิงก็ถูกเขาสังหารหมู่ ศิษย์หลานไร้ความสามารถ จับตัวคนผู้นั้นไว้ไม่ได้”
ชายชราส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า “ผู้บำเพ็ญมารหรือ... ในสายตาของข้า เขามิได้มีธาตุมาร แม้เป็นผู้บำเพ็ญมารก็ยังให้ความสำคัญกับเหตุและผล การสังหารผู้คนโดยไร้สาเหตุ แล้วไฉนจึงเป็นเช่นนั้นเล่า”
เกาเจิ้งชิงกับมู่เฉียนหยางได้ฟังดังนั้น ต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง
“ศิษย์อา ท่านเคยพบคนผู้นี้หรือ”
ชายชราฝืนยิ้ม ริ้วรอยบนใบหน้าย่นเข้าหากันอีกครั้ง
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าทำสิ่งใดลงไป จึงนำภัยใหญ่หลวงมาสู่ตน บางทีสำนักเจิ้งอีก็ควรเผชิญเคราะห์ครานี้”
มู่เฉียนหยางร้อนใจ “ศิษย์อา พวกเราเพียงรับน้องสาวของเขาเข้าเป็นศิษย์ มิได้ทำเรื่องเกินเลยอันใด คาดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะตอบโต้รุนแรงถึงเพียงนี้”
ชายชราเหลือบมองเขา “เฉียนหยางกระมัง ตอนเจ้ายังเล็ก ข้ายังเคยไปดูเจ้าถึงที่”
มู่เฉียนหยางตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย “ท่านผู้เฒ่าคือ...”
ชายชรายกมือห้าม “เรื่องล่วงเลยไปแล้ว อย่าเอ่ยถึงอีกเลย พูดเพียงสิ่งที่พวกเจ้าทำ พวกเจ้าถามใจตนเองได้อย่างไร้ความละอายหรือ”
ทั้งสองต่างเงียบงัน
ลองไล่เรียงตั้งแต่ต้น เรื่องเริ่มจากนักพรตเจินจั๋ว ศิษย์สายในของอารามอวี้เฉวียน รับหลินเฟิงผู้เป็นศิษย์อัจฉริยะเข้าเป็นศิษย์ แล้วยังเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ในโลกสามัญ ทั้งได้ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งราชวงศ์ต้าจง นับว่าผิดกฎสำนัก
แต่ละสำนักต่างมีผลประโยชน์ของตน จึงอาศัยเรื่องนี้เป็นข้ออ้าง คิดกำจัดศิษย์อัจฉริยะที่คุกคามอันดับของสำนัก
