โทกุงาวะ คินโจกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
“ฮ่า ๆ ๆ... แม่ทัพเชียนซิ่น ไยต้องกล่าวตรงถึงเพียงนี้ด้วยเล่า”
โทกุงาวะ เค็นชินกล่าวเยินยอขึ้นอีกว่า
“ท่านคินโจปราดเปรื่องยิ่งนัก ว่าที่ผู้อาวุโสคนต่อไปของตระกูลโทกุงาวะ...”
โทกุงาวะ คินโจรีบยกมือห้ามมิให้เขากล่าวต่อ
“พอเถิด ใกล้ถึงเวลาแล้ว แม้ต้องถ่วงเวลาไว้ แต่ก็จำเป็นต้องสร้างความคึกคักให้ดูมีทีท่าบ้าง”
“ขอรับ ท่านคินโจโปรดรอดูเรื่องสนุกเถิด”
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ก่อนจะแยกย้ายควบม้าออกจากแนวหน้าของกองทัพ
ยามบ่ายโมงครึ่ง ถึงกำหนดเวลาโจมตีที่อ๋องไทกิจินัดหมายกับหัวหน้าตระกูลต่าง ๆ ไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งอีก กองทัพโจรสลัดหลายหมื่นนายซึ่งล้อมอยู่ทั้งสี่ด้านนอกเมืองสุ่ยเจ๋อเริ่มเคลื่อนไหว
ทหารโจรสลัดนับไม่ถ้วนแบกเครื่องมือโจมตีเมืองนานาชนิด ทยอยมุ่งไปยังคูเมือง
ด้านหลังกองทัพที่เข้าโจมตี เสียงกลองศึกดังกระหึ่ม ปลุกเร้าจิตใจเหล่าทหารให้ฮึกเหิม บุกตะลุยไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ
กองทัพโจรสลัดนอกเมืองฮึกเหิมคึกคักยิ่งนัก ทว่าเมื่อมองไปยังกองทัพเจิ้นซีบนกำแพงเมือง กลับเห็นทหารยืนกันประปราย พวกเขาชะโงกหน้ามองกองทัพเบื้องล่างผ่านช่องกำแพง ทว่าไม่มีทีท่าจะตั้งรับอย่างแข็งขัน
ทหารโจรสลัดหลายพันนายแบกบันไดปีนกำแพงหลายสิบตัวมาพาดข้ามคูเมือง ให้เหล่าทหารข้ามไป ก่อนจะยกบันไดพุ่งเข้าหากำแพงเมือง
ฝูงชนดำทะมึนเบียดเสียดกันอยู่เบื้องล่าง พยายามตั้งบันไดให้มั่นคงพิงกำแพงเมือง ทหารบางคนเกาะไต่ขึ้นไปทันที
ส่วนทหารโจรสลัดอีกเกือบพันนายขึ้นสายธนูแล้วยิงลูกธนูขนปีกเข้าใส่กำแพงเมือง เพื่อกดดันมิให้ทหารกองทัพเจิ้นซีโต้ตอบ
