หลินเฉี่ยวเม่ยหันมายิ้มให้เขา “เจ้านี่นะ ไม่ช่วยพูดแทนข้าสักคำ”
เฉิงเหลียงเบียดตัวออกมาจากประตูเรือน พ้นคมดาบขององครักษ์หลินเฉี่ยวเม่ย
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่หลินมีแผนสำรอง ไม่ต้องให้ข้าพูดมากหรอก ฮ่า ๆ”
อู๋เซิ่งได้สติจากความงุนงง แล้วตวาดเสียงดัง
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร ข้าเป็นผู้ตรวจการฝ่ายซ้ายแห่งเจียนจวินซือเมืองหยินโจว ผู้ใดกล้ากำเริบเสิบสาน!”
หลินเฉี่ยวเม่ยไม่สนใจเขา สั่งการโดยตรง
“แจ้งทุกคนให้ล้อมพวกเขาไว้ ผู้ใดกล้าขัดขืน ฆ่าไม่เว้น!”
องครักษ์นายหนึ่งหันหลังวิ่งไปถ่ายทอดคำสั่งทันที
อู๋เซิ่ง ไต้จือสิง และเหลียงสุ่ยเซิงต่างตะลึงงัน อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก
ชาวบ้านที่รออยู่ด้านนอกต่างสงบเงียบ เพราะรู้ว่าอู๋เซิ่งมาช่วยพูดแทนพวกตน
ใครจะรู้ว่าไม่นานนัก พลทหารกองทัพชิงสุ่ยจำนวนมหาศาลก็กรูกันมาจากริมคลอง
ทหารกองทัพชิงสุ่ยที่บุกเข้ามาแบ่งเป็นสองกลุ่ม ล้อมชาวบ้านและทหารม้าประจำเมือง 500 นายของอู๋เซิ่งไว้ตรงกลาง
ทหารชั้นนอกง้างธนูพาดลูกศร เล็งไปยังฝูงชน
ส่วนทหารชั้นในถือทวนยาว ปลายทวนคมกริบจ่อไปยังทุกคนที่อยู่ในวงล้อม
หลินเฉี่ยวเม่ยขึ้นไปยืนบนก้อนหินใหญ่ กวาดตามองฝูงชน
“ทุกท่าน ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าต้องการให้ข้าคุกเข่าขอขมา ข้าตกลงแล้ว บัดนี้จะส่งพวกเจ้าไปก่อน แล้วข้าจะจัดการฝังศพให้ด้วย”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็โกลาหลขึ้นมาทันที ต่างร้องตะโกนกันวุ่นวาย
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลย เหลียงสุ่ยเซิงต่างหากที่บังคับข้า...”
“ใช่แล้ว พวกเจ้าขุดคลองแล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”
“หากข้าไม่มา พวกเขาก็จะรื้อบ้านข้า...”
หลินเฉี่ยวเม่ยได้ยินเสียงแว่ว ๆ ก็รู้ว่าชาวบ้านเหล่านี้คงถูกบังคับมา
