ซุปสองช้อนกับเนื้อหนึ่งชิ้นลงท้องไป ในที่สุดหลินเฟิงก็รู้สึกมั่นคงขึ้น เขาผ่อนลมหายใจยาว ก่อนหย่อนก้นลงนั่งกับพื้น
“ขอบคุณท่านทั้งหลายที่มีน้ำใจ ไม่ปล่อยให้ข้าหิวตายกลางทุ่ง บุญคุณครั้งนี้ข้าจะตอบแทนแน่นอน”
ชายร่างผอมยิ้มพลางกล่าวว่า “ไอ้หนุ่ม เจ้าจะเอาอะไรตอบแทนบุญคุณ?”
“นั่นสิ ดูสภาพเจ้าสิ หมดเนื้อหมดตัวเช่นนี้ จะตอบแทนน้ำใจพวกข้าได้อย่างไร?”
หญิงสาวเองก็มองหลินเฟิงอย่างสนใจ แล้วเอ่ยถาม
หลินเฟิงรู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้คงเคยร่ำเรียนมา ถ้อยคำที่นางใช้แฝงกลิ่นอายบัณฑิต
“ข้าเพียงตกอับอยู่ชั่วคราวเท่านั้น วันหน้าพวกท่านจะเอาเงินหรือสิ่งของ ข้าก็จัดหาให้ได้ทั้งนั้น”
หลินเฟิงมั่งคั่งร่ำรวย ความมั่นใจเพียงเท่านี้เขาย่อมมีอยู่
“ฮ่า ๆ ๆ... วันหน้าอย่างนั้นหรือ?”
ชายฉกรรจ์หลายคนหัวเราะลั่น
หญิงสาวโบกมือ “ดูสภาพเจ้าแล้ว อย่าพูดถึงวันหน้าเลย คิดบัญชีกันเสียให้เสร็จในยามนี้ดีกว่า”
หลินเฟิงกางมือทั้งสองข้าง “ยามนี้ข้าไม่มีอะไรติดตัวสักอย่าง จะชดใช้ได้อย่างไร?”
หญิงสาวชี้ไปที่หม้อเหล็ก “อาหารพวกนี้เจ้ากินได้ตามสบาย กินให้อิ่มแล้วค่อยตามพวกเราไปทำธุระสักเรื่อง ถือเป็นค่าตอบแทนอาหารมื้อนี้”
หลินเฟิงกล่าวอย่างลำบากใจ “แต่ข้ายังมีธุระด่วนต้องจัดการ”
ชายร่างสูงใหญ่แค่นหัวเราะอย่างดูแคลน “เจ้ากำลังจะหิวตายอยู่รอมร่อ ยังมีธุระอะไรสำคัญกว่ากินข้าวอีกหรือ?”
ชายร่างผอมกล่าวเสริมว่า “ตามพวกเราไปเถิด วันหนึ่งมีอาหารให้กินสองมื้อจนอิ่ม พวกเราไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก”
หลินเฟิงเอ่ยอย่างจนใจ “พวกท่านจะไปทำธุระอะไร?”
ชายร่างสูงใหญ่ยักไหล่ “ก็ไปตีกับคนอื่น แล้วแย่งของกลับมาสักหน่อย”
