สวี่จิ้นเริ่มกระวนกระวายใจ เขาเดินวนไปมาอยู่ในลานเรือนไม่หยุด ทั้งยังมองไปทางเฉิงเหลียง เวินเจี้ยน และคนอื่น ๆ เป็นระยะ
องครักษ์ของหลินเฟิงยืนล้อมรอบลานเรือน สีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา ทว่าภายใต้แสงเหลืองสลัวจากโคมไฟ ดวงตากลับสะท้อนประกายวูบไหวเป็นครั้งคราว
หลินเฟิงโอบหลิ่วซูเสวี่ยไว้แล้ว ทั้งสองล้มลงบนเตียง
ต่างฝ่ายต่างลนลานปลดเสื้อผ้าของกันและกันอย่างอดใจไม่ไหว
ภายในห้องมีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งคู่ กับเสียงเสียดสีของเสื้อผ้ายามถอดออก
เดิมทีทั้งสองตั้งใจจะรักษาความสุขุมไว้สักนิด เพราะรู้ว่าที่แห่งนี้มีอันตราย
ใครจะรู้ว่าตลอดทางทั้งคู่คลอเคลียแนบชิด ร่างกายร้อนผ่าวสองร่างเสียดสีกันไปมา จนแทบข่มใจไม่อยู่ตั้งแต่บนเกี้ยว ยามนี้เมื่อมาถึงเตียงแล้ว ไหนเลยจะยังควบคุมตนเองได้
อาภรณ์บนกายถูกถอดออกจนหมด ทั้งสองมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มแพรบนเตียง
ว่านจั๋วทุ่มเงินก้อนโตว่าจ้างมือสังหาร ทั้งยังจัดเตรียมสถานที่ไว้เรียบร้อย
เขารอจังหวะนี้อยู่ เมื่อทั้งสองกำลังเคลิบเคลิ้มจนลืมไปว่าตนอยู่ที่ใด มือสังหารก็จะลงมืออย่างเด็ดขาด
แสงเทียนทั้งภายในและภายนอกหอเล็กดับลงแทบทั้งหมด เหลือเพียงโคมไฟไม่กี่ดวงที่ยังส่องแสงเหลืองสลัว
เผยชีอินซึ่งยังนั่งอยู่หน้าประตูชั้นสองได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้อง
นางกำลังค้นหาตำแหน่งของมือสังหาร เมื่อมีหลิ่วซูเสวี่ยอยู่ พวกนางก็เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ ทว่าจนถึงบัดนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใด
เผยชีอินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกาย
