ขอเพียงทะลวงออกไปได้สักจุด ตนก็ไม่ต้องทนรับแส้แล้ว
ขณะกำลังลำพองใจ จู่ ๆ ทหารอารักขาสามสิบกว่าคนก็หันกลับไปมองพร้อมกัน
ทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน ก่อนจะได้ยินเสียงกีบม้าคำรามกึกก้อง
เพียงชั่วพริบตา เสียงคำรามก็มาถึงด้านหลังแล้ว กลางอากาศไม่ไกลนัก ฝุ่นควันฟุ้งตลบไปทั่ว จากม่านฝุ่นสีเหลืองหม่น ปรากฏกองทหารม้าศึกจำนวนมหาศาล
ค่ายทหารซีเฉิงไร้รั้วล้อม ทั้งยังรวบรวมเสบียงให้ครบถ้วนไม่ได้ในยามนี้ จึงทำได้เพียงขัดตาทัพ สร้างสิ่งกีดขวางล้อมไว้โดยรอบอย่างลวก ๆ ทว่าก็ยังเหลือพื้นที่โล่งอีกมาก
ค่ายทหารเช่นนี้จะต้านทานการบุกทะลวงของทหารม้าศึกได้อย่างไร
ชั่วอึดใจต่อมา ทหารม้าศึกนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามา ทหารส่งกำลังบำรุงหลายร้อยนายถูกกลืนหายไปในขบวน เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกเขาสลายไปในม่านฝุ่นควัน
ทหารม้าศึกมิได้ลดความเร็ว กลับอาศัยแรงส่งพุ่งตรงเข้าหาหัวหน้าโจรสลัด
หัวหน้าโจรสลัดผู้นั้นตะลึงงัน ทหารม้าศึกที่จู่ ๆ ก็โผล่ลงมาราวกับมาจากฟากฟ้าเปี่ยมด้วยพลังอันดุดัน ยากจะต้านทาน
ทหารอารักขาคนหนึ่งมีไหวพริบว่องไว ฉวยบังเหียนม้าของหัวหน้าโจรสลัดแล้วพาเขาหนีไปด้านข้าง
ทว่าไม่มีเวลาให้เร่งความเร็วอีกแล้ว ทหารม้าศึกนับไม่ถ้วนพัดผ่านคูเมืองไปดุจสายลมคลั่ง
หลังทหารม้าศึกผ่านไป บนพื้นเหลือเพียงศพทหารอารักขาหลายสิบคน หัวหน้าโจรสลัดเองก็ถูกทวนยาวแทงจนตกลงไปในคูเมืองลึก
เหล่าทหารโจรสลัดที่กำลังบุกโจมตีเมืองอย่างสุดกำลัง พลันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเบื้องหลัง พวกเขาหันกลับไปมองทันที การบุกจึงชะงักลง
ส่วนกองทัพเจิ้นซีบนกำแพงเมืองเห็นกองหนุนมาถึง ก็ฮึกเหิมขึ้นในทันใด รู้สึกประหนึ่งร่างกายเปี่ยมด้วยกำลังวังชา
