จางเอินอี้ลุกขึ้น “ขอรับใต้เท้า ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เขายังไม่ทันออกจากประตู ก็มีทหารองครักษ์เข้ามารายงาน
“ใต้เท้าทูถ่ง แม่ทัพฉินแห่งเมืองชายแดนเจิ้นซีของต้าจง นำทหารหนึ่งหมื่นนายออกศึก ณ จุดห่างจากเมืองชายแดนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ห้าลี้ เอาชนะกองกำลังที่สามของซีเซี่ยได้อย่างยิ่งใหญ่ สังหารทหารม้าศึกสองหมื่นนายของเหรินตัวจิ้นจงกลางสนามรบไปกว่าหนึ่งหมื่นสี่พันนาย”
หลี่จี้ผิงผุดลุกขึ้น สีหน้าเปี่ยมความตื่นเต้นขณะมองทหารองครักษ์ผู้นั้น
“เร็วเข้า นำรายงานศึกมาให้ข้า”
จางเอินอี้ก็ไม่คิดจะไปต่อแล้ว เขาหันกลับ ก้าวฉับ ๆ มาข้างหน้า ดวงตาเบิกกว้าง
“ทหารม้าศึกของกองทัพเจิ้นซีช่างเกรียงไกร สมรภูมิเดียวก็ได้ชัยชนะยิ่งใหญ่ นับเป็นศึกที่ควรจดจำ...”
หลี่จี้ผิงกวาดตาอ่านรายงานศึกจนจบในครู่เดียว มือหนึ่งลูบเครา พลางหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ... หลี่จี้เชียนเอ๋ย หลี่จี้เชียน เจ้าไม่คาดคิดสินะว่าเมื่อกล้าไปยั่วโมโหกองทัพเจิ้นซี ก็ย่อมไม่รู้เสียแล้วว่าคำว่า ‘ตาย’ เขียนอย่างไร ฮ่า ๆ ๆ...”
จางเอินอี้ไม่สนใจมารยาท ยื่นมือแย่งรายงานศึกมาแนบตรงหน้า แล้วอ่านอย่างละเอียด
“อืม ดี ดีจริง ๆ คราวนั้นผู้ใดเป็นคนเสนอให้กองทัพซีเซี่ยผ่านดินแดนเข้าสู่ภาคตะวันออกของหยินโจวกัน”
หลี่จี้ผิงหัวเราะหึ ๆ “หึ เป็นเหรินตัวลี่จี๋หรืออู๋เซิ่ง... เอ่อ ดูเหมือนจะเป็นเจ้าหนุ่มอู๋เซิ่งนี่เอง นับว่ามีความคิดอยู่บ้าง”
“ดี ดีจริง ๆ คลองส่งน้ำของทะเลสาบหงชิ่งยังไม่ทันขาด ฉินฟางเจ้าหนุ่มนี่ก็อดรนทนไม่ไหวเสียแล้ว ไม่รู้ว่าอ้างเหตุใดจึงลงมือกับเหรินตัวจิ้นจง”
ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นใต้เท้าทั้งสองอารมณ์ดี ก็ยิ้มตามไปด้วย
