หลังผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่จี้เจ้าแค่นหัวเราะเบา ๆ
“ทหารม้าเคลื่อนที่รวดเร็ว ทั้งยังปรับเปลี่ยนทิศทางได้คล่องแคล่วในที่โล่ง ทักษะการรบบนหลังม้าของทหารม้าศึกกองทัพเจิ้นซีเหนือกว่ากองทัพเราอยู่ไม่น้อย แม้กำลังพลของเราจะมีจำนวนมาก แต่ยามเคลื่อนทัพย่อมช้ากว่ากองทัพเจิ้นซีอยู่บ้าง”
เหรินตัวจิ้นจงมองหลี่จี้เจ้าด้วยความไม่เข้าใจ
“ท่านถ่งหลิ่ง แม้กองทัพจะเคลื่อนที่ช้ากว่าอยู่บ้าง แต่กองทัพเรายังรวบรวมกำลังพลได้ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงหูเจียจี๋ แล้วล้อมพวกเขาไว้ที่หูเจียจี๋ได้ในคราวเดียว”
หลี่จี้เจ้าโบกมือ “ข้าหมายความว่า หากกองทัพใหญ่ของเรามุ่งไปหูเจียจี๋ทั้งหมด แล้วกองทัพของฉินฟางมิได้คิดฝ่าวงล้อมที่นั่นเล่า?”
“เอ๊ะ? ท่านถ่งหลิ่งหมายความว่า...”
หลี่จี้เจ้ายิ้ม “การเคลื่อนไหวของพวกเขาชัดเจนเกินไป เห็นได้ชัดว่าจุดที่จะฝ่าวงล้อมมิใช่หูเจียจี๋”
“ท่านถ่งหลิ่งวิเคราะห์ได้มีเหตุผลยิ่ง แต่หากพวกเขาจงใจใช้แผนนี้เล่า? หูเจียจี๋มีกำลังพลเพียงสองหมื่นกว่านาย หากถูกกองทัพเจิ้นซีโจมตีจากทั้งภายในและภายนอก ก็อาจถูกตีแตกได้โดยง่าย”
เหรินตัวจิ้นจงกล่าวอย่างกังวล
หลี่จี้เจ้ายังคงส่ายหน้า “แม่ทัพเหรินตัวจิ้นจง ข้ายอมสูญเสียกำลังพลเพิ่มอีกสักหน่อย ยังดีกว่าปล่อยให้กองทัพเจิ้นซีพบช่องโหว่ได้โดยง่าย”
เหรินตัวจิ้นจงไม่รู้ว่าหลี่จี้เจ้าคิดอย่างไร จึงถามด้วยสีหน้าสับสน
“ท่านต้องการให้กำลังพลที่หูเจียจี๋ถ่วงกองทัพเจิ้นซีไว้ให้สุดกำลัง รอให้กองทัพปีกซ้ายและปีกขวาตั้งวงล้อมขึ้นอีกครั้งหรือขอรับ?”
หลี่จี้เจ้ายิ้มพลางชี้ไปยังแผนที่
“หากกองทัพเจิ้นซีจะฝ่าวงล้อมออกจากหูเจียจี๋จริง กำลังพลสองหมื่นนายของข้าจะต้านการโจมตีจากทั้งสองด้านของกองทัพเจิ้นซีอย่างสุดกำลัง”
