ผู้ใช้ดาบปลิดชีพตนเองผู้นี้ก็คือเอ้อหลุนฉี ผู้นำกองทัพผ้าโพกหัวดำ
เขาจำต้องลงมือสังหารตนเอง หากศึกดำเนินมาถึงขั้นนี้ ต่อให้มีชีวิตรอดกลับไป ก็ต้องถูกสั่งให้ปลิดชีพตนเองต่อหน้ารูปพระแม่อยู่ดี
เมื่อเทียบกับการฆ่าตัวตายอย่างอัปยศต่อหน้าสมาชิกสมาคมผ้าโพกหัวดำทั้งหลาย มิสู้พลีชีพกลางสนามรบให้ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหมู่สมาชิกสมาคมผ้าโพกหัวดำเสียยังดีกว่า
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ต่อจากนั้นกองช่างทหารของกองทัพเจิ้นซีก็ออกจากเมืองไปเก็บกวาดสนามรบ
ศพของฝ่ายศัตรูถูกฝังไว้ ณ ที่นั้น ส่วนสหายร่วมทัพที่พลีชีพจะถูกรวบรวมอย่างเรียบร้อย แล้วนำกลับเข้าเมือง
ในบรรดาทหารช่างสามพันนาย มีหลายคนที่เพิ่งเคยเห็นภาพความตายเกลื่อนกลาดเช่นนี้เป็นครั้งแรก
ระหว่างเก็บกวาด พวกเขาอาเจียนออกมาเป็นระยะ
งานนี้ไม่ง่ายเลย
หลินเฟิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองสนามรบเบื้องล่างอย่างเงียบงัน
เขาผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวเหยียด “แม่ทัพผู้สร้างความสำเร็จ ย่อมเหยียบย่ำกระดูกนับหมื่นจริงแท้”
จ้าวซั่วที่ยืนอยู่ข้างกายพลันทอดถอนใจตาม
“ล้วนเป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ คนที่สมควรตายกลับเป็นพวกบงการอยู่เบื้องหลัง”
เผยชีอินซึ่งยืนอยู่ทางขวามือด้านหลังหลินเฟิงขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“วาจาของท่านแม่ทัพใหญ่ช่างกล่าวได้ดีนัก เมื่อขบคิดให้ถี่ถ้วนแล้ว ความหมายลึกซึ้งยิ่ง”
หลินเฟิงหันขวับไปมองนางด้วยความประหลาดใจ
สตรีผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ นางปิดปากเงียบมาตลอด เขาเองก็สืบหาเบาะแสไม่ได้แม้แต่น้อย
ทางเว่ยเป้าก็ตรวจสอบที่มาของนางไม่ได้เช่นกัน
