เมื่อระยะห่างลดลง ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยิ่งตื่นเต้น
คุโรดะ ชินั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ครั้นใคร่ครวญเพียงครู่ก็ยื่นมือออกไป
ประตูห้องถูกปราณแท้ของเขากระแทกเปิดออก จากนั้นเสียงร้องตกใจของต้วนจิ่งชิวก็ดังขึ้น ร่างที่นั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือประหนึ่งถูกมือใหญ่ล่องหนคว้าจับ ลอยละลิ่วผ่านประตูห้อง ก่อนร่วงลงเบื้องหน้าคุโรดะ ชิ
คุโรดะ ชิลูบไล้เส้นผมดำขลับของต้วนจิ่งชิวเบา ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะเอ่ยเสียงแผ่ว
“ท่านหมอมู่ชวนสินะ ไม่ทราบว่าสังกัดสำนักใด แล้วสึรุตะ โชไปอยู่ที่ใด?”
แม้น้ำเสียงของเขาจะแผ่วเบา ทว่ากลับส่งไปถึงหูหลินเฟิงได้อย่างชัดเจน
หอประตูเมืองที่หลินเฟิงอยู่ห่างจากห้องทำงานของต้วนจิ่งชิวกว่าสามสิบจั้ง ทว่าทั้งสองฝ่ายกลับมองเห็นการเคลื่อนไหวของกันและกันได้อย่างชัดเจน
ระยะห่างเช่นนี้เป็นผลเสียต่อหลินเฟิง วิชาหลายอย่างเขาล้วนไม่รู้ จึงทำได้เพียงเข้าใกล้เสียก่อน ถึงจะลงมือได้สะดวก
เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้า ชั่วพริบตาก็มาถึงเรือนเล็กที่ต้วนจิ่งชิวอยู่ ห่างจากคุโรดะ ชิเพียงกำแพงกั้น
“มู่ชวนไร้สำนักไร้พรรค แล้วเจ้าเป็นใคร?”
“ดี สำนักมุเน็นริว คุโรดะ ชิ ข้าขอถามเจ้าเพียงเรื่องเดียว สึรุตะ โชไปอยู่ที่ใด?”
“สึรุตะ โช? ไม่รู้จัก”
คุโรดะ ชิแค่นหัวเราะเย็นชา มือเลื่อนไปแตะลำคอขาวผ่องของต้วนจิ่งชิว แล้วออกแรงเพียงเล็กน้อย
ต้วนจิ่งชิวส่งเสียงร้องตกใจขึ้นมาทันที
คุโรดะ ชิพึงพอใจกับการเผชิญหน้าเช่นนี้ยิ่งนัก เสียงร้องของต้วนจิ่งชิวเจือความหวาดกลัวและเจ็บปวด ฟังแล้วชวนให้เกิดความสงสาร
