เดิมทีหลินเฟิงเพียงเอ่ยปัดไปตามเรื่อง เมื่อเห็นสตรีผู้นั้นซักไซ้ไม่เลิก จึงขมวดคิ้วกล่าวว่า
“ต่อให้ข้าบอกชื่อไป เกรงว่าท่านก็คงไม่รู้จัก ไยต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากด้วยเล่า”
สตรีผู้นั้นแค่นหัวเราะ “ในบรรดาเมืองและแคว้นใกล้เคียง มีเรื่องใดบ้างที่เจ็ดวีรชนตระกูลเยี่ยนไม่รู้จัก? เจ้าลองบอกชื่อมาสิ แล้วจะรู้เอง”
หลินเฟิงยิ้มเจื่อน ไม่เคยพบสตรีที่มีนิสัยตรงไปตรงมาเช่นนี้มาก่อน คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ห้ามปรามนาง ดูท่าฐานะของนางจะสูงกว่าบุรุษสองคนนั้น
“ข้านามสกุลซู กำลังตามหาต้วนอีเว่ย ไม่ทราบว่า...”
ใครจะรู้ว่าหลินเฟิงเพิ่งพูดถึงตรงนี้ สตรีผู้นั้นก็เลิกคิ้วขึ้น
“เจ้าหมายถึงพ่อครัวต้วนที่ทำอาหารให้โจรสลัดหรือ?”
หลินเฟิงอ้าปากค้าง ก่อนจะหุบลงในชั่วครู่
“เขาอยู่ที่เมืองฉางจื้อ ทำอาหารให้พวกโจรสลัดบากุริว โบโซ เจ้ามาผิดทางแล้ว”
สตรีผู้นั้นกล่าวเสียงเย็นชาแล้วไม่สนใจหลินเฟิงอีก
หลินเฟิงลอบชื่นชมในใจ เจ็ดวีรชนตระกูลเยี่ยน สมคำร่ำลือจริง ๆ เรื่องราวในละแวกนี้ล้วนรู้ไม่น้อย
เยี่ยนเสี่ยวปิ่งกลับสนใจขึ้นมา
“พี่ซู เจ้าตามหาพ่อครัวต้วน หรือคิดจะไปพึ่งพาเขา? เจ้าเองก็เป็นพ่อครัวเหมือนกันหรือ?”
เขานึกเชื่อมโยงจากกลิ่นหอมของเนื้อย่างเมื่อครู่ นับว่าเป็นบุรุษหัวไวผู้หนึ่ง
หลินเฟิงจำต้องพยักหน้า “ใช่ ๆ ได้ยินว่าเขาไปได้ดี จึงมาลองเสี่ยงโชคดู ใครจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน”
สตรีผู้นั้นหันมามอง แววตาฉายความดูแคลน
“เจ้าเป็นคนต้าจง เดินทางไกลนับพันลี้มาเพื่อทำอาหารให้โจรสลัด คิดอย่างไรถึงทำเช่นนี้?”
