ทหารม้าเหล็กหนึ่งพันนายของกองทัพเจิ้นซี ในที่สุดก็ถูกกองทัพผ้าโพกหัวดำสี่หมื่นนายล้อมสังหาร
หัวหน้ากองทัพผ้าโพกหัวดำคนหนึ่งควบม้ามาถึง แหวกเหล่าทหารออก ก่อนก้มมองศพจงหวนที่แทบถูกฟันจนแหลกละเอียด
“ไป เก็บกวาดสนามรบ แล้วนับความสูญเสีย”
ไม่นานนัก ทหารคนหนึ่งก็นำรายงานผลการรบมาส่ง
หัวหน้ากองทัพผ้าโพกหัวดำกวาดตามอง ก่อนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ราวกับปวดฟัน
“บัดซบ เหตุใดถึงตายมากมายเพียงนี้?”
ทหารผู้รวบรวมตัวเลขก้มศีรษะ กล่าวเสียงต่ำ
“ท่านแม่ทัพ ตายหนึ่งพันห้าร้อย บาดเจ็บอีกสามพันหนึ่งร้อยนาย”
“นี่มิใช่รับมือยากยิ่งกว่าพวกเราหรอกหรือ?”
กองทัพผ้าโพกหัวดำขึ้นชื่อเรื่องรับมือยากมาแต่ไหนแต่ไร ผู้ใดจะคิดว่าครานี้กลับพบศัตรูที่ดุดันยิ่งกว่า
หัวหน้ากองทัพยืนนิ่งงันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนโบกมืออย่างจนใจ
“ตัดศีรษะเขามา เตรียมรับศึกครั้งต่อไป”
ในเมื่อแม่ทัพใหญ่ชิวเจี้ยวางกับดักไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ต้องดำเนินตามแผนในขั้นต่อไป
กองทัพผ้าโพกหัวดำสี่หมื่นนายกับทหารประจำเมืองสองหมื่นนายแบ่งออกเป็นสองส่วน ตามหลังกองทัพเจิ้นซีไปอย่างช้า ๆ
พวกเขาไม่เร่งร้อน เพียงรอให้กองทัพผ้าโพกหัวดำสี่หมื่นนายที่จี๋เซี่ยนเข้าประกบจากหน้าและหลัง
เนื่องจากมีรถศึกอยู่ช่วงหน้าของขบวน กองทัพเจิ้นซีจึงเคลื่อนทัพได้ช้ามาก
วันหนึ่งเดินทางได้เพียงร้อยห้าสิบกว่าลี้
กองช่างทหารที่อยู่ข้างหน้ากำลังเร่งซ่อมแซมถนน เพื่อให้รถศึกผ่านไปได้โดยสะดวก
กองทหารม้าที่ตัดเส้นทางเสบียงของกองทัพกบฏตามจุดต่าง ๆ ก็ทยอยมาสมทบ
กองทัพกบฏยังคงตามหลังมาอย่างไม่เร่งไม่ช้า ห่างออกไปกว่าสิบลี้
เมื่อเดินทางถึงวันที่สาม กองกำลังหลักของกองทัพเจิ้นซีก็มาถึงบริเวณที่อยู่ห่างจากจี๋เซี่ยนหนึ่งร้อยลี้
