ทั้งสองกำลังหารือกันอยู่ จู่ ๆ พลทหารนายหนึ่งก็วิ่งพรวดเข้ามา
“รายงานท่านแม่ทัพใหญ่ กองทัพแม่ทัพหลี่ ทหารม้าหนึ่งพันนายถูกกองทัพกบฏล้อมไว้ ห่างจากทางตะวันตกของจี๋เซี่ยนไปสามสิบลี้”
หลินเฟิงชะงัก “หืม? ใครเป็นผู้นำทัพ?”
“เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ เป็นเชียนฟูจ่างจงหวน กองทัพผ้าโพกหัวดำมีสามถึงสี่หมื่นนาย”
“เกิดเรื่องเมื่อใด?”
“ยามเว่ยวันนี้”
หลินเฟิงเงยหน้ามองฟ้า ยามนี้เพิ่งเข้าสู่ต้นยามเซิน เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว
“ซี้ด...”
หลินเฟิงสูดลมหายใจเย็นเยียบ ขมวดคิ้วครุ่นคิด
เห็นได้ชัดว่านี่คือหลุมพรางที่กองทัพกบฏขุดไว้ให้กองกำลังตัดเสบียงของกองทัพเจิ้นซี ในที่สุดทหารม้าก็มีบางกองตกหลุมพรางเข้าแล้ว
กองทัพผ้าโพกหัวดำสามถึงสี่หมื่นนาย ล้อมทหารม้าหนึ่งพันนายไว้
เกรงว่าจะรอดยาก
หลี่ตงไหลได้รับรายงานเช่นกัน เขารีบรุดมายังลานของกองบัญชาการ
“พี่ใหญ่ จงหวนถูกล้อมแล้ว รีบส่งคนไปช่วยเถิด!”
หลินเฟิงกลับไปยืนหน้าโต๊ะหนังสือแล้ว ก้มมองแผนที่พลางครุ่นคิด
“คนต้องช่วยแน่ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะช่วยอย่างไร”
หลี่ตงไหลร้อนใจ “กองทัพข้าส่งกองกำลังออกไปแล้วสี่กอง ในค่ายยังมีทหารม้าอีกหกพัน ข้าจะนำไปก่อน”
หลินเฟิงส่ายหน้า “กองทัพผ้าโพกหัวดำกำลังรอให้กองกำลังของเราไปช่วย อย่าได้ผลีผลาม”
หูจิ้นไฉก็วิ่งเข้ามาในเวลานั้น
“พี่ใหญ่ จงหวนถูกล้อม ทหารม้าสองกองที่อยู่ใกล้กำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น”
หลินเฟิงกำหมัดแน่น ให้ตายเถิด เจ้าพวกนี้ไม่รู้จักใช้สมองกันหรือไร
กองทัพผ้าโพกหัวดำสี่หมื่น ทหารม้าสองพันนาย นี่ไม่ต่างจากยกชีวิตให้เขาเปล่า ๆ
“เรียกแม่ทัพทุกคนมาพบข้าเดี๋ยวนี้”
