ก่วนชางฮวาวิ่งลงมาสะพานเดินเรือ มาถึงหัวเรือรบฝูอัน แล้วเดินวนรอบปืนใหญ่ขนาดมหึมานั้นหนึ่งรอบ
เขายกมือขึ้นลูบลำกล้องปืนใหญ่ที่ทั้งใหญ่และหนาหนัก
“เฮ้ พี่น้อง เจ้าเล็งได้แม่นยำถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”
กระสุนนัดแรกนี้มิได้ทำให้โจรสลัดตกตะลึงเท่านั้น แม้แต่ก่วนชางฮวาก็ยังประหลาดใจ อาวุธล้ำค่าเช่นนี้ ในยามปกติเขาไม่กล้าทดลองยิงโดยง่าย สิ่งที่ได้รับก็มีเพียงข้อมูลจากเหล่าผู้ศึกษาค้นคว้าและสร้างปืนใหญ่
แต่การจะทำผลงานอันน่าตื่นตะลึงเช่นนี้ได้ในการรบจริง ช่างยากจะทำใจเชื่อ
เพียงลองนึกดูก็สัมผัสได้ถึงความน่าอัศจรรย์ของมัน บนผืนทะเลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ห่างกันเกือบสิบลี้ เรือรบโจรสลัดลำใหญ่ลำนั้นก็เป็นเพียงวัตถุสีดำจุดหนึ่ง ทั้งยังแล่นอยู่ด้วยความเร็วสูง
หากระดมยิงปืนใหญ่หลายกระบอก ยังพอมีโอกาสยิงถูกตัวเรือ
แต่ไม่เคยมีผู้ใดเห็นมาก่อนว่าเพียงยิงนัดเดียวก็สามารถอัดใส่ตัวเรือฝ่ายตรงข้ามได้
เหล่าพลประจำปืนใหญ่หลายคนยืนตัวตรง สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิใจ
ทหารที่รับหน้าที่ปรับศูนย์เล็งชี้ไปยังขีดบอกระยะบนปืนใหญ่
ขีดบอกระยะนี้เป็นผลงานออกแบบของหลินเฟิงเช่นกัน คล้ายกับกล้องเล็งบนปืนซุ่มยิง มีขีดแบ่งเป็นช่วง ๆ ทั้งด้านบนล่างและซ้ายขวา
“เรียนท่านนายเรือ พวกเรายิงตามข้อมูลจากการฝึกซ้อมในวันปกติอย่างเคร่งครัดขอรับ”
“อืม อืม ยิงได้ดี ยิงได้ดี...”
ก่วนชางฮวาเองก็ไม่รู้จะกล่าวชมเชยอย่างไร เขามองปืนใหญ่ ก่อนหันไปมองไกล ๆ เรือรบโจรสลัดหลายลำหายลับไปจากผืนทะเลแล้ว
ยังมีเรือรบอีกหลายลำที่มีควันไฟลอยกรุ่น เหลือให้เห็นเพียงครึ่งลำ เห็นได้ชัดว่าไม่อาจกู้คืนได้แล้ว
