แม้เดินเรือในยามราตรี แต่จากแผนที่เดินเรือเห็นได้ว่าท้องทะเลบริเวณนี้ไม่มีแนวหินโสโครก สามารถแล่นเรือได้อย่างวางใจ
กองเรือโจรสลัดมองเห็นได้ตั้งแต่ห่างออกไปหลายสิบลี้ แสงไฟดวงเล็ก ๆ ที่พร่างพรายอยู่กลางราตรีประหนึ่งหมู่ดาวระยิบระยับ
เป้าหมายเด่นชัดเช่นนี้ ย่อมมิอาจปล่อยให้หลุดมือ ทั้งยังเล็งได้ง่ายกว่าตอนกลางวันเสียอีก
ก่วนชางฮวาอาศัยจุดอ่อนของปืนใหญ่บนเรือรบโจรสลัดที่มีระยะยิงไม่ไกลพอ กลางคืนเช่นนี้ หากเปิดฉากยิงขึ้นมา ฝ่ายนั้นก็มีแต่ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว
พวกเขาไม่กล้าแยกออกจากขบวน ทั้งยังไม่อาจโต้กลับฝ่ายตรงข้ามได้ แค่คิดก็อัดอั้นจนแทบกระอัก
รองแม่ทัพของก่วนชางฮวาเสนอว่า
“ท่านนายเรือ พวกเราดับโคมไฟ แล้วเข้าใกล้ลอบโจมตีเถิด”
ก่วนชางฮวาโบกมือ “จะลอบโจมตีไปไย ตั้งขบวนให้เห็นกันชัด ๆ เช่นนี้แหละ พอเข้าใกล้ก็เปิดฉากยิงให้ข้า ให้โจรสลัดพวกนี้รู้เสียบ้างว่าต้าจงมิใช่ผู้ที่จะรังแกได้ง่าย”
“เปิดฉากโจมตีซึ่ง ๆ หน้า?”
“ใช่ ถ่ายทอดคำสั่งของข้า เดินหน้าต่อไป เข้าไปในระยะเจ็ดลี้จากฝ่ายตรงข้าม หันขวางลำเรือแล้วทอดสมอ เริ่มยิงปืนใหญ่ใส่เรือข้าศึก”
รองแม่ทัพมองก่วนชางฮวาอย่างเป็นกังวล รู้สึกว่านายเรือใจกล้าเกินไป การโจมตีเช่นนี้ไม่กลัวหรือว่าเรือโจรสลัดจะเข้าประชิดจนหนีไม่พ้น?
ส่วนก่วนชางฮวานั้นเชื่อมั่นในสมรรถนะการโจมตีและความเร็วของเรือรบฝูอันอย่างเต็มเปี่ยม
พวกเขาพบจุดจอดเรือของโจรสลัด ขณะเดียวกันโจรสลัดก็ย่อมมองเห็นแสงไฟจากเรือรบของกองทัพเจิ้นซีที่อยู่ไกลออกไป
โทกุงาวะ โยตะได้รับรายงานก็วางชามข้าวทันที ก่อนปีนขึ้นไปบนสะพานเดินเรือเพื่อทอดสายตามองไปไกล
