เมื่อเห็นเขาลงมาจากหอเรือ เหล่ากะลาสีต้าเจิ้งที่ถูกโยกย้ายมาประจำกองทัพก็พากันเข้ามารวมกลุ่มกันโดยอัตโนมัติ
พวกเขาอยู่ใกล้ จึงไปรับอาหารกลับมาก่อน
ครั้นเห็นสองพี่น้องเหอเฟิงช่างวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ก็รีบยิ้มต้อนรับ
“ใต้เท้าทั้งสองไม่ต้องร้อนใจ อาหารมีมากมาย ทุกคนได้กินทั่วถึง”
คนทั้งสี่ห้าคนมารวมตัวกัน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้กินอาหารของกองทัพเจิ้นซีบนเรือ ต่างจับจ้องเสบียงในมือแล้วเริ่มขมวดคิ้ว
“ใต้เท้า นี่...มันคือสิ่งใดกัน?”
ทหารคนหนึ่งถือกระป๋องเหล็กไว้ในมือ มองเหอเฟิงช่างด้วยสีหน้ามึนงง
เสบียงในมือเหอเฟิงช่างก็มีหน้าตาเหมือนกัน เขาขมวดคิ้ว พลิกกระป๋องเหล็กในมือไปมา
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสิ่งใดกัน!”
ยามนั้นมีทหารเดินผ่านหน้าพวกเขา กะลาสีคนหนึ่งจึงรีบร้องเรียก
“พี่ชาย สิ่งนี้ใช้เช่นไร?”
กะลาสีผู้นั้นหันกลับมา มองดูครู่หนึ่งแล้วเดินเข้ามา
“นี่คือข้าวผัด ใช้น้ำมันผัดข้าวสารให้สุก เก็บไว้ได้นาน กินแล้วหอมอร่อยยิ่ง”
เหอเฟิงช่างชั่งกระป๋องเหล็กในมือ
“อ้อ แล้วสิ่งนี้เล่า?”
กะลาสียิ้ม “ของสิ่งนี้ยอดเยี่ยมนัก เป็นสิ่งที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คิดค้นขึ้น เรียกว่าอาหารกระป๋อง”
“อาหารกระป๋อง?”
“ใช่แล้ว มาเถิด ข้าจะสอนวิธีใช้”
กล่าวพลาง เขารับกระป๋องเหล็กจากมือเหอเฟิงช่าง ใช้มือหนึ่งจับห่วงกลมด้านบน แล้วออกแรงดึง แผ่นเหล็กบาง ๆ ก็ถูกเปิดออก
กลิ่นหอมพลันฟุ้งกระจายไปในอากาศ
“ข้างในเป็นหมูตุ๋น มีผักอย่างมันฝรั่งกับมันเทศด้วย อร่อยยิ่งนัก”
