อู๋จู้ถงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างถ่องแท้แล้ว
พี่ใหญ่คงจบสิ้นแล้ว เผิงเหลียง พังเลี่ยน เซวียนเฮ่ออู่ และคนอื่น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน
อู๋จู้ถงสับสนงุนงง เขาควรไปทางใดต่อดี?
“ทหาร! จงส่งคนกลับไปรายงานทันที แจ้งแม่ทัพเฟิงว่าเมืองหลวงประจำแคว้นถูกทหารประจำเมืองยึดครองแล้ว ส่วนแม่ทัพเสิ่นจงอิงไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด”
องครักษ์ที่อยู่ข้างกายรีบสั่งพลส่งสารให้ควบม้าออกจากขบวน มุ่งหน้าไปยังค่ายใหญ่โดยเร็ว
หลินเฟิงกับซีเหนียงมาถึงประตูเมืองประจำแคว้นทิศเหนือ ก่อนขึ้นไปบนเชิงเทิน
ประตูทิศเหนือมีฉู่เจียวนำทหารกองทัพชิงสุ่ยหนึ่งร้อยนายรักษาการณ์อยู่
นอกจากนี้ ทหารประจำเมืองยังส่งเชียนฟูจ่างคนหนึ่งนำทหารหนึ่งพันนายมารอคำสั่งอยู่ใต้กำแพงเมือง
หลินเฟิงยืนอยู่บนหอประตูเมือง ก้มมองลงไปเบื้องล่าง
ทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำห้าพันนายเรียงแถวยาวเหยียด หอกยาวตั้งตระหง่าน ธงโบกสะบัดพลิ้วไหว
มองแล้วช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก
ทว่าผู้ที่มองสถานการณ์ออกล้วนรู้ดีว่า เมื่อต้องเผชิญกับเมืองหลวงประจำแคว้นซึ่งกำแพงสูง คูเมืองลึกเช่นนี้ พวกเขาย่อมไร้หนทางโดยสิ้นเชิง
หลินเฟิงคำนวณเวลาในใจ
ยามนี้ ทหารลาดตระเวนที่เว่ยเป้าส่งออกไปคงถึงค่ายของหูจิ้นไฉแล้ว
ยังมีหลี่ตงไหลกับหลินเฉี่ยวเม่ยอยู่ด้านหลัง
กำลังทหารม้าเหล็กจากสามค่ายมีเกือบเจ็ดพันนาย ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน คงยกมาถึงได้สองพันนาย
หลินเฟิงยังส่งคำสั่งไปยังกองทหารรักษาการณ์เว่ยหยวนกับอำเภอปิน ให้รวบรวมกำลังพลหนึ่งหมื่นนาย เมื่อได้รับคำสั่งแล้วให้ออกเดินทางทันที
ภายในสามวัน ย่อมมาถึงใต้กำแพงเมืองหลวงประจำแคว้นได้เป็นแน่
หากกองทัพผ้าโพกหัวดำคิดจะบุกยึดเมืองโดยพลการ
เมื่อกำลังภายนอกและภายในประสานกัน เกรงว่ากองทัพผ้าโพกหัวดำจะถูกกำจัดจนสิ้นนอกเมืองหลวงประจำแคว้น
