องครักษ์สองคนเมื่อครู่กุมด้ามดาบแน่น พลางก้าวเข้ามาหาเขา เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าใครก็ดูออกว่าพวกเขาต้องการรักษาหน้าผู้บังคับบัญชาของตน
แต่ในสายตาของกัวจง นี่คือการล่วงเกินผู้บังคับบัญชา แถมยังตบหน้าเขาต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย
กัวจงใช้ชีวิตอยู่ในวังมานาน คุ้นชินกับการปรนนิบัติผู้อื่น สำหรับบ่าวไพร่แล้ว การก้มหน้ารับใช้เจ้าของอย่างนอบน้อม ปล่อยให้ดุด่าว่ากล่าว หรือแม้แต่ถูกทุบตีก็เป็นเรื่องปกติ
จิตใจของกัวจงบิดเบี้ยวไปบ้างแล้ว ความคับแค้นที่สั่งสมมานานในวังไม่มีที่ให้ระบาย
เพิ่งได้รับป้ายถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวงมา ย่อมสามารถวางอำนาจได้ตามใจนอกวังหลวง
เมื่อเห็นทหารองครักษ์หลวงนับพันต่างคำนับทักทายเขาด้วยท่าทีนอบน้อม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยประจบ
แล้วเขาจะทนได้อย่างไรที่องครักษ์กระจ้อยร่อยสองคนกล้าถลึงตาใส่เขาเช่นนี้?
องครักษ์สองคนของถงเถี่ยเฉียงลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนเหลือบมองผู้บังคับบัญชาของตน
“ขันทีกัวเรียกพวกเจ้าไป ยังลังเลอะไรอีก?”
ถงเถี่ยเฉียงตวาดเสียงเข้ม
องครักษ์ทั้งสองจำต้องเดินอ้อยอิ่งเข้าไปอย่างเสียไม่ได้
พวกเขารู้ดีว่าการกระทำเมื่อครู่ย่อมล่วงเกินขันทีผู้นี้ ไม่ควรแสดงท่าทีไม่เหมาะสมออกไปก่อนผู้บังคับบัญชาจะเอ่ยปาก
เมื่อทั้งสองมาถึงตรงหน้ากัวจง ก็เห็นเขาหันกายกวักมือ
“พวกเจ้าสองคนมานี่”
องครักษ์สองคนจากหน่วยองครักษ์ด้านหลังเขาก้าวออกมาทันที ก่อนเดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังกัวจง
“ไป ตบปากพวกมันให้ข้า หากข้าไม่สั่ง ก็ห้ามหยุด”
กัวจงยกมือชี้ไปยังองครักษ์สองคนของถงเถี่ยเฉียง พลางตะโกนเสียงดัง
